Eat-aholic

Test it…Feel it by yourself

กินคนเดียวก็ได้..ไม่ง้อ เมษายน 29, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 4:02 pm

ปกติสามารถไปกินข้าวคนเดียวได้อย่างไม่รู้สึกอะไร
ไม่ว่าจะร้านไหน ไม่มีหวั่น
จนกลายเป็นนิสัยติดตัวที่ไม่ค่อยดีเท่าไร
เพราะระหว่างรออาหารจะชอบเอาหนังสือมาอ่าน
พออาหารที่สั่งมา ก็กำลังติดพันกับไอ่ที่อ่านอยู่
ผลก็คือ กลายเป็นคนกินไปอ่านไป…อันนี้ในกรณีที่รสชาติธรรมดา
ถ้าอร่อยเด็ดถูกปาก..จะวางหนังสือไว้ก่อนได้…

แต่มีอาหารอยู่บางอย่างที่ให้ตายยังไงก็ไปกินคนเดียวไม่ได้
คือ สุกี้(เอ็มเค) กับ หมูกระทะ (บุฟเฟ่)
คงไม่ต้องบอกเหตุผลกันให้ยาวยืด…ก็มันเยอะ จะกินยังไงคนเดียว
แถมถ้าอยากกินหลายๆอย่าง ก็ไม่สามารถสั่งเยอะได้
เพราะต้องรับผิดชอบความหลากหลายนั้นคนเดียว
ถ้าอยากกินเมนูพวกนี้ ต้องชวนชาวบ้านไปกินด้วยเท่านั้น

ปัญหามันมีอยู่ว่า…เพื่อนกินของเรา มันมีเยอะก็จริง
แต่บางครั้งพวกมันพร้อมใจกันไม่ว่าง ในยามที่เราเกิดเสี้ยนอยากกินขึ้นมา
แรกๆ ก็ทำใจ กินอย่างอื่น แล้วรอเวลาที่เพื่อนว่าง ถึงค่อยไปกิน
หรือไม่ก็หาอะไรคล้ายกันกินไปก่อน เช่น ผัดสุกี้แห้งกินเอง

เวลาผ่านไป…วิชามารเริ่มแกร่งกล้า…ข้าพเจ้าค้นพบวิธีกินสองเมนูนี้
แบบกินที่ร้านอร่อยๆ และกินคนเดียวก็ได้….ไม่ง้อโว้ยยยย

อยากกินสุกี้อร่อย น้ำซุปหวานหอม แบบคนเดียวอิ่ม
ไปที่นี่ได้เลย…ร้านซามูไร สยามฯ ซอย ๕
ร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ แต่แน่นไปด้วยของอร่อยในราคาที่พอจ่ายได้
มีเมนูหม้อไฟญี่ปุ่น ที่รสแจ่มจรัส ของทะเลสดดี ทั้งกุ้ง หอยตลับ และปลาหมึก
กับผักกาดขาว เห็ดเข็มทอง เสิร์ฟร้อนๆในกระดาษทนไฟของญี่ปุ่น
จริงๆมีน้ำซุปให้เลือกสองแบบคือ ซุปใสแบบญี่ปุ่น กับ ซุปต้มยำ
ซึ่งเราชอบแบบซุปญี่ปุ่น มันหอมหวาน กลมกล่อม ซดร้อนๆ มันโล่งคอดีจริงๆ
และที่หลงรักคือ หม้อขนาดกำลังดี กินคนเดียวกำลังดี
เออ..ร้านนี้เสิร์ฟชาเขียวหอมๆ เข้มข้น ที่ไม่ใช้น้ำล้างขวดชาเขียวแบบที่เคยๆด้วย

picture-054.jpg

picture-053.jpg

ส่วนหมูกระทะ…หรือหมูเกาหลี มีร้านอร่อยที่คล้ายว่าจะเป็นร้านอาหารเกาหลี
ชื่อร้านโซล อยู่ตรงต้นๆซอยทองหล่อ ตรงหัวโค้ง ด้านขวามือ
มีชุดหมูกระทะเกาหลี คุณภาพเยี่ยม และเช่นเคย กินคนเดียวได้
แถมยังมีผักอร่อยๆ ให้เราเอาไปปิ้งกิน อย่างมะเขือม่วง กระเจี๊ยบอ่อน ด้วย
กิมจิก็รสชาติดี กินคู่กันครบชุดแล้ว แหม.. มันช่างสุขใจซะนี่กระไร

ตอนนี้สอบเสร็จแล้ว ผลจะเป็นยังไง คงเดาได้…เลิกเศร้า
แล้วไปหาสิ่งดีๆให้ชีวิตดีกว่า เริ่มจาก
หาของอร่อย ในราคาถูกกินไง….ฮ่าๆๆๆ

picture-040.jpg

vet2.jpg

pork4.jpg

 

เมนูจากฟู้ดแลนด์ Menu from Foodland เมษายน 26, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 6:38 am

ไปดู Me..Myself เมื่อวานก่อน เสียน้ำตาไปสามลิตร ฮ่าๆๆ
แล้วเลยไปนอนค้างห้องเพื่อนที่ไปด้วยกัน เพราะคิดถึงหมาของมัน
ตอนเช้านั่งรถออกมาพร้อมกัน แวะที่ฟู้ดแลนด์ซะเลย
ไหนก็ใส่มาเต็มๆ ขนาดนี้ก็จัดให้นะ พี่อ๊อฟ
ตอนดูก็รู้สึกเหมือนกัน นึกว่าเราเป็นอยู่คนเดียวซะอีกที่ชอบไปเดินฟู้ดแลนด์ตอนดึกๆ
กว่าจะเสร็จงาน โพล่หัวออกมาก็ปาไปตีสอง ตีสาม จะให้ไปเดินที่ไหน เซเว่นก็ใช่ที่
เคยสติแตกมาก ไปเดินบ้าอยู่โน้น ปากคลองตลาด…กลับมาเกือบเช้า
แต่ได้ผักสดๆ มาเต็มเลย สะใจจริงๆ

การเดินซุปเปอร์ฯ ถือเป็นการบำบัดอาการฟุ้งซ่านทางอารมณ์ของเราอย่างหนึ่ง
นอกจากการทำอาหาร กินเค้ก และนั่งร้านกาแฟหอมๆ
บางทีก็ไม่ได้อยากจะซื้ออะไรหรอก
ไปเดินๆดูของไปงั้นแหละ เดินแล้วก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
บางทีแทบไม่ได้ซื้ออะไรเลย หยิบนมเปรี้ยวติดมือมาขวดเดียว
เมื่อก่อนจะไปเดินสาขารามอินทรา เพราะใกล้สุด
แต่ตอนนี้หนีไปเดินสาขาไอทีสแควร์ หลักสี่ เพราะรู้สึกว่าใกล้กว่า
ของกิน ของใช้ ส่วนใหญ่เลยมาจากฟู้ดแลนด์นี่แหละ
ของบางอย่างก็แพง บางชิ้นก็ถูก
แต่ไม่คิดมาก เพราะไอ่ที่ๆบอกว่าถูก ก็ถูกกว่าไม่กี่บาท
บวกค่ารถไปซื้อ ดีๆไม่ดี กลายเป็นเสียเงินมากกว่าซะอีก

คืนหนึ่งในฟู้ดแลนด์ เดินๆอยู่อยากกินยำปลาดุกฟูของร้านจรูญแดงมาก
หาปลาดุกไม่เจอ เลยหันไปหยิบปลาทูน่ากระป๋องในน้ำเกลือมาแทน
แล้วก็ได้ เมนู “ยำทูน่าฟู” มาแทน

เครื่องปรุงมีดังนี้

ทูน่าในน้ำเกลือ กระป๋องหนึ่ง หรือน้ำมันก็ได้ ถ้าไม่มี
มะม่วง แบบเปรี้ยวนิดๆ
หอมแดง
ขึ้นฉ่าย

น้ำยำ

น้ำตาลปีบ หรือทรายแดง แต่เรามีน้ำตาลมะพร้าวอยู่เลยเอามาใช้แทน เหนียวดี
น้ำมะขามเปียก
น้ำปลา
มะนาว
พริกขี้หนู จะสวน หรือไม่สวนก็ได้ ไม่ต่างกัน แต่ถ้าเป็นลูกเล็กๆจะเผ็ดกว่า

เริ่มทำกันเลย เดี๋ยวจะดึกไปกว่านี้

ทำมะม่วงก่อน สับมะม่วงเป็นเส้นๆ ถ้ามีน้ำแข็งก็เอามาแช่ไว้จะได้กรอบๆ
ทำน้ำยำ ตั้งน้ำเปล่านิดหนึ่ง ใส่น้ำตาลลงละลาย ใช้ไฟอ่อนเคี่ยวให้พอเหนียว
ใส่น้ำปลา ชิมให้ได้รสถูกปาก เค็มๆหวานๆ เทใส่ถ้วย
ใส่น้ำมะขามเปียกนิดหนึ่ง แล้วตามด้วยมะนาว ก็ชิมให้มันได้สามรส
ที่ต้องเอาพวกของเปรี้ยวมาใส่ทีหลัง เพราะถ้าใส่ตอนตั้งไฟ
ความเปรี้ยว ความหอมของมะนาว มันจะเพี้ยนไป
ใส่นอกหม้อ มันจะหอมกว่า ได้สูตรมา มันหอมกว่าจริงๆด้วยแหละ
จริงๆ การทำครัว มันก็คล้ายๆการทดลองทางวิทยาศาสตร์ หลักการเดียวกัน
จากนั้นใส่พริกขี้หนูที่ทุบพอแหลก ชอบเผ็ดก็ใส่เยอะๆ
หั่นขึ้นฉ่าย ซอยหอมแดง
มาถึงทูน่า เอามาบี้ให้เป็นชิ้นเล็กๆ เอาทิชชู่มาซับน้ำออก ให้มันแห้งๆหน่อย
ตั้งน้ำมันไม่ต้องเยอะมากพอให้ทอดได้ ใช้น้ำมันเยอะ มันเปลือง
เอาทูน่าที่ยีแล้วลงทอด มันจะติดกันเป็นแพ คล้ายๆไข่ฟูๆ
รีบพลิกอีกด้าน แล้วปิดไฟเลยมันจะร้อนต่อ จนเหลืองพอดี
ทอดนานปลาจะไหม้…เคยแล้ว
ทอดแล้วใส่จาน โรยหน้าด้วยมะม่วง หอมแดง ขึ้นฉ่าย
แล้วราดด้วยน้ำยำที่ทำไว้
เป็นกับแกล้ม ก็ดี กินเป็นจริงเป็นจังก็ได้
…………………………………..
ลองผิดลองถูก มาหลายครั้ง..เสียทูน่าไปหลายกระป๋อง
ถึงจะรู้ว่า ต้องทอดยังไง ให้ทูน่ากรอบเหลือง สวยกำลังดี
ลองทำคืนแรก กลับมาถึงห้องตีสาม กว่าจะเสร็จ
ปาเข้าไปเกือบตีห้า..หายบ้าไปเลย

 

My Chardonnay เมษายน 23, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 8:24 am

ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่า ทำไมถึงชอบเรื่องไวน์มากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนแรกก็แปลกใจว่า เออ ทำไมถึงชอบดมกลิ่นเหล้าดีๆ บางยี่ห้อ
อย่าง แจ๊คฯ ชอบนั่งดมกลิ่นมันมาก ประหนึ่งว่า เป็นนังขี้เหล้าหลวง
มาเจอสาเหตุก็ตอนทำแฟนฯ เรื่องไวน์นี้แหละว่า
ไอ่กลิ่นหอมๆที่เราชอบดมตอนเปิดขวดแจ๊คฯหน่ะ มันเป็นกลิ่นโอ๊ค
ที่เค้าใช้หมักวิสกี้ลุงแจ๊คฯนั่นเอง ….มิน่า หอมจัง
ยิ่งได้อ่าน ได้ลองชิม ลองดมไวน์เยอะๆ
บวกกับการได้พูดคุยกับแก๊งค์คนแข่งทั้งห้าคน
เลยพายิ่งปลาบปลื้มลืมตายไปกันใหญ่
เป็นตอนที่ทำงานอย่างมีความสุขมากกว่าทุกตอนที่เคยทำ
แถมได้รับอภิสิทธิ์ในการเปิดไวน์กินบนโต๊ะทำงาน หลายสิบขวด
ท่ามกลางเสียงนกเสียงกา และแววตาร้อนๆจากคนที่เดินผ่านโต๊ะไปมา
ตอนทำข้อมูล เหมือนเป็นการเปิดโลกในกะลาครอบของเรา
เข้าไปสู่โลกอันลึกลับของไวน์ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็เคยเข้าไป
ในโรงงานไวน์ของเขาใหญ่ ไวน์เนอรี่ มาแล้ว แต่ตอนนั้นก็แค่สนุกๆ
ไม่ได้ดื่มด่ำ ล้ำลึกขนาดนี้ คงเพราะมัวแต่จ้อง view finder ตลอดเวลา
บางคนอาจจะมองว่า ไวน์เป็นเครื่องดื่มราคาแพง อันนี้ไม่เถียง
เลยทำให้ได้กินแต่ไวน์ราคาถูก ที่คุณภาพไม่ค่อยดี
เลยพาลไม่ชอบไปกันใหญ่ รวมถึงขั้นตอนการดื่มที่ถูกทำให้มากมาย
หลายขั้นตอน จนกลายเป็นเรื่องมากไป
แต่จริงๆถ้าเรารู้จักไวน์ แล้วตัดความวุ่นวาย ดัดจริตพวกนั้นออกไปบ้าง
ทำให้มันง่ายลง แต่ยังถูกวิธี เราจะค้นพบ เครื่องดื่มที่มีเสน่ห์ที่สุดบนโลกนี้

10102481.jpg

แล้วข้อสรุปก็มาจบลงตรงที่ว่า เราชอบไวน์ขาว มากกว่า ไวน์แดง
เพราะว่ามันหอมกว่า เป็นความหอมที่สดชื่น แบบผลไม้
ผสมกับกลิ่นโอ๊ค (ถ้าเป็นแบบบ่มโอ๊คนะ) กลิ่นน้ำผึ้ง
ยิ่งตอนได้ชิม แล้วให้กลิ่นมันติดในลำคอนะ
กลิ่นมันจะอบอวล หอมขึ้นจมูกมาก หลงรักสุดๆ
ไม่หนัก และเข้มข้น(ชวนเมา) แบบไวน์แดง

aog69900.jpg

จริงๆไวน์แดงเบาๆ หอมๆ ก็มีเยอะ หลากหลายกว่าด้วย
แต่ที่ชิมแล้วถูกใจคง เป็นไวน์แดง Pinot noir
เพราะหอมผลไม้คล้ายๆไวน์ขาว ที่สำคัญแทนนินน้อย
แล้วไม่รู้ทำไมของที่เราชอบ มักเป็นของดีที่อยู่สูงสุดเอื้อมเสมอ
ให้ตายเถอะ ดีว่าที่ผ่านมาก็ไม่เคยต้องจ่ายเงินกิน Pinot สักที
ไว้ว่าจะเป็น Pinot จากประเทศไหนก็ตาม มักจะมีลาภปากเสมอ

72728878.jpg

หลายวันก่อน เอาไวน์ที่เก็บไว้ออกมานั่งกินคนเดียวกลางดึก
ไม่รู้อารมณ์ไหน แต่อยากฉลองให้กับอิสรภาพในชีวิตเราเอง
เป็นไวน์ขาว chardonnay อิตาลี่ ที่แช่น้ำแข็งไว้จนเย็นได้ที่แล้ว
ความจริงอากาศร้อนแบบนี้ไม่เหมาะกับการละเลียดไวน์เท่าไร
แต่กลิ่นและรสชาติของ chardonnay ในคืนก่อน
กลับหอมหวาน และมีความสุขมากกว่าตอนที่กินในออฟฟิศหลายล้านเท่า

 

แกงกะหรี่ของเรา เมษายน 21, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 12:50 pm

กลับมากรุงเทพฯอย่างรีบร้อน
แปลกใจ กรุงเทพฯ ทำไมเย็นกว่าเชียงใหม่
ตอนแรกกะว่า จะเอาสูตรแกงกะหรี่ของเราไปชักชวนแม่ทำกินกัน
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอีกแล้ว แถมคุณนายยังบอกว่า อ้วน อ้วน ไม่กิน
ก็แล้วแต่ๆ
ทำกินเองแถวนี้ก็ได้ ไม่เห็นจะอ้วนเลยแม่ คิดมากไปได้
แกงกะหรี่สูตรเด็ดของเรา เคยทำไปให้ที่ออฟฟิศกิน
มีแต่คนชม หมายถึงคนที่ได้กินน่ะนะ นับได้ไม่กี่ปากหรอก
แต่เป็นสูตรที่ภูมิใจมาก ค้นพบโดยบังเอิญ
พอดีลองทำแล้ว มีนมเปรี้ยวเหลือ นึกสนุก ลองเทใส่ดู
ปรากฏว่ากินได้แฮะ แถมหอม อร่อยดีด้วย
เอามาเผยแผร่ให้ได้อร่อยโดยทั่วกัน
เครื่องปรุงๆ
ไก่ หมู จะส่วนไหนก็ได้แล้วแต่ชอบ ปริมาณแล้วแต่กะว่ากี่คนกิน
แครอท มันฝรั่ง หั่นชิ้นกลางๆ
หอมใหญ่ หั่นเล็กหน่อย
ก้อนแกงกะหรี่ของแม่บ้านญี่ปุ่น สัก 2-3 ก้อนก็อยู่ อันนี้ซื้อจากร้านเจ้เล้ง
ซอสปรุงรส / น้ำตาล / พริกไทย
นมเปรี้ยวยี่ห้อริชเชส รสลูกพรุน (เคยลองยี่ห้ออื่นแล้วไม่เด็ดเท่า)
เริ่มเลยๆ
ตั้งกระทะ เอาหอมลงผัดกับน้ำมันนิดหน่อยพอให้ใสๆ
ใส่หมู/ไก่ ลงผัด พอสุกนิดๆ ใส่แครอทลงผัด
ปรุงรส พอเห็นเครื่องใกล้สุก แล้วใส่มันฝรั่งลงไป
ใส่ก้อนแกงกะหรี่ หรือจะเอาไปละลายน้ำร้อนก่อนแล้วค่อยเทใส่ก็ได้
ที่นี้ก็เติมน้ำ กะๆเอาว่า พอท่วมเครื่องทั้งหมด
ตั้งทิ้งไว้ซะ ขยันเดินมาดูๆ คนๆ บ้างก็ดี
เมื่อทุกอย่างดูนุ่มเข้ากัน น้ำข้นดีแล้ว
ชิมรสชาติดูให้ถูกปาก ไม่ชอบก็ปรุงไปจนกว่าจะชอบ ง่ายจะตาย
แต่ต้องให้เข้มข้นไว้นิดหน่อย
มาถึงขั้นสุดท้าย ปิดเตาแล้วให้เทนมเปรี้ยวลงไป
คนให้ได้ทั่วถึง ตักกินกับข้าวร้อนๆ
ทำทิ้งไว้ เก็บใส่ตู้เย็น เอามาอุ่นกินอีก
อร่อยได้เป็นอาทิตย์
เสียดายที่รูปหายไป
ไว้จะเอามาใส่ให้สวยงาม

 

ละเลียดลิ้ม ชิมเค้ก เมษายน 18, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 5:33 am

dsc00984_resize.jpg

ตั้งใจตั้งแต่ออกจากบ้านว่า จะออกมากินเค้กร้าน love ให้ได้
แต่สุดท้ายก็ต้องเศร้าใจ ไปถึงหน้าร้านแล้ว ปิดซะงั้น
โน้นเปิดอีกที สิ้นเดือนเมษา สงสัยลุงกับป้าไปเที่ยวเมืองนอกแน่ๆ
น่าอิจฉา ขายเค้กจนรวย มีเวลาก็ปิดร้านไปเที่ยวกัน เฮ้อออออ
สุดท้ายวิ่งวนหาร้านเค้กจนทั่วเมือง เพื่อพบว่า เค้าปิด
ก็เลยมาจบที่ร้าน happy hut ตรงนิมมานฯ
พุ่งเข้าไปเมียงมอง ได้ พายบลูเบอร์รี่มาสนองตัณหาหนึ่งชิ้น
แต่เพื่อนสาวของเรา ได้มาสอง เป็นเค้กนม กับ พายโอลีโอครีมชีส
ให้มันได้อย่างนี้ซิเพื่อนกู
รสชาติอาจจะไม่เลิศล้ำ จนลอยขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้า
แต่มันก็ช่วยเติมความสุขให้กับชีวิตหลายขีด
การได้กินเค้กอร่อย กับน้ำชามะนาวเย็นๆ
ช่างเป็นความสุขซะยิ่งกว่าการมี XXX ซะอีก 555

dsc00981_resize.jpg

dsc00986_resize.jpg

 

กินอะไรให้หายเศร้า เมษายน 12, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 6:41 pm

หลังจากตั้งใจกับการลดความอ้วน ด้วยการจำกัดการกินของตัวเองลง
เหลือวันละหนึ่งมื้อ และก็ได้ผลที่น่าพอใจ
แต่วันนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ
ไม่ได้หิว ไม่ได้ตบะแตก แต่เพราะความเศร้ามาเยือน
ดูหนังก็แล้ว อ่านหนังสือก็แล้ว วาดรูปก็แล้ว
หรือแม้แต่เล่นกันหมาก็แล้ว
ทุกอย่างไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว
พรุ่งนี้ ชั้นจะไปร้าน Mousse & Meringue
strawberry cheesecake ซักชิ้นจะทำให้ชีวิตชั้นดีขึ้นแน่ๆ

dv1550022.jpg

 

คิดถึง น้ำส้มสวนสุขฯ เมษายน 11, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 7:49 am

กลับบ้านเที่ยวนี้
หวังว่า น้ำส้มสวนสุขฯจะเปิดร้านนะ
จะไปกินให้หายคิดถึงเลย

saun-suk.jpg

แล้วถ้าจะให้แจ่มนะ
ลูกชิ้นทอดอีกซักจาน
สุขสุดๆ

saun-suk3.jpg

 

รสชาติแห่งสายสัมพันธ์ เมษายน 6, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 6:57 am

ช่วงนี้อยากกินไส้อั่ว กับ ขนมจีนน้ำเงี้ยว มากเป็นพิเศษ
ส่วนเหตุผลไม่ได้พิเศษอะไร เพียงแค่อยากกลับบ้านเท่านั้นเอง
เป็นเมนูที่กินที่ไหน ก็ไม่เท่าที่แม่ทำ
หลังจากที่รู้ตัวแน่ๆว่า ต้องไปไกล และอาจไม่ได้กินฝีมือแม่ไปอีกนาน
แบบไม่รู้ว่าอีกเมื่อไรจะได้กลับมากินอีก
ใจก็ร่ำร้องอยากกลับบ้าน ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่า
การกลับบ้านครั้งนี้ เราสามคนพ่อแม่ลูก มีเรื่องต้องคุยกันมากมายนัก
แน่นอน มันมีเรื่องให้ต้องเสียน้ำตา
และแม้คราบน้ำตายังไม่ทันจางห่างไปจากใจ
แต่ถ้าเราบอกว่า ทำน้ำเงี้ยวกินกันเถอะ
อีกไม่นานเกินรอ จะได้กลิ่นน้ำเงี้ยวหอมๆ ลอยมาจากครัวใต้ต้นลำไยของแม่ทันที
ทั้งๆที่บนบ้านก็มีครัว แต่แม่ชอบก่อไฟทำกับข้าวที่ครัวต้นลำไยแบบของแม่
เรื่องแบบนี้ ใครจะทำให้เราได้ นอกจากพ่อกับแม่
ต่อให้เคืองกัน หรือเพิ่งทะเลาะกันด้วยเรื่องใหญ่ขนาดไหน
เค้าสองคน ก็ยัง เป็นพ่อแม่ของเราเสมอ
และแน่นอน เราก็ยังเป็นลูกของเค้าวันยังค่ำ
ส่วนผสมในการทำน้ำเงี้ยว หรือ ไส้อั่วของแม่ ที่บรรจงทำให้เรากิน
ก็ยังคัดแต่ของดีๆ ในแบบที่เราชอบเหมือนเดิม

dscf7787.jpg

dscf7790.jpg

เราชอบช่วยแม่เตรียมเครื่องปรุง และนั่งดูมันอย่างมีความสุข
สีสันของมัน ช่วยให้บรรยากาศระหว่างระหว่างแม่ลูกดีขึ้น
ไม่น่าเชื่อว่า สีแดงสดของมะเขือเทศ
สีคล้ำๆแบบ Two tone เลือดไก่
และลวดลายสีเขียวเก๋ๆ ของตะไคร้เวลาหั่นตามขวาง
จะทำให้เรามีความสุขได้ขนาดนั้น
แต่มันทำให้เรายิ้มได้ทุกครั้งที่มองมันจริงๆ

dscf7819.jpg

จริงๆ คงจะมีสูตรอร่อยของใครต่อใครที่ดีกว่า
และไม่แน่ว่า อาจจะอร่อยกว่าที่แม่เราทำด้วย
แต่เวลากินอาหารที่แม่ทำ มันไม่ใช่แค่ความอร่อย ทุกอย่างมันยิ่งกว่านั้น
ยิ่งได้เห็นเวลาแม่นั่งยัดเครื่องไส้อั่วทีละน้อยๆ อย่างใจเย็น
เห็นเครื่องทุนแรงที่พ่อคิดเอง จากแกนหลอดด้าย
เพราะไม่อยากให้แม่นั่งหลังขดหลังแข็งนานๆ
แม่มีปัญหาเรื่องกระดูกสันหลัง และเส้นประสาท ผ่าตัดซ่อมมาสองครั้งแล้ว

dscf7826.jpg

dscf7829.jpg

รสชาติของแม่ มันจึงมีมากกว่าความอรอ่ย
เพราะแม่เติมความรักและความห่วงใยเข้าไปด้วยในทุกขั้นตอนที่ทำ
ยิ่งเวลาแม่ทำไส้อั่ว แล้วบอกว่า ให้เอาไปเผื่อเพื่อนที่ทำงานด้วยนะ
และเราจะเลือกคนที่ให้ทุกครั้ง ที่เลือกเพราะไม่ใช่ขี้เหนียว หรือหวงกะจะเก็บไว้กินเองหรอก
เพราะถ้าอย่างนั้น เราซื้อจากร้านอัมพร ในตลาดต้นพยอมมาฝากได้ แล้วรสชาติก็อร่อยดี
แต่สิ่งที่แม่เราทำ มันมีความหมายต่อเรามากกว่า ของฝากธรรมดาทั่วไปจากเชียงใหม่
ไม่รู้คนที่เคยกินได้กินจะเข้าใจหรือเปล่า
แต่สำหรับเรา มันเป็นรสชาติที่ยิ่งใหญ่เกินจะอธิบายได้

dscf7835.jpg

 

เมนูสิ้นคิด my automatic choices เมษายน 3, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 12:31 pm

เมนูสิ้นคิด ไม่รู้ใครเป็นคนแรกที่คิดคำนี้ ได้อารมณ์จริงๆ
ข้าวกระเพราไก่/หมู กับไข่ดาว คงเป็นจานแรกๆ ถ้าพูดถึงเมนูสิ้นคิด
เพราะมันกลายเป็นเมนูประจำของร้านอาหารตามสั่ง
ทุกร้านต้องทำเป็น ถ้าไม่มีคงแปลกน่าดู
อีกเมนูที่เค้าว่ากันว่าเป็นเมนูสิ้นคิด คือ ผัดซีอิ้ว หรือ ผัดอีซิ้ว น่ะแหละ
แต่ถ้าคิดไม่ออกว่าจะกินอะไร ข้าวกระเพราไก่ ไข่ดาว
ก็น่าจะเป็นประโยคติดปากของคนทั่วไปมากที่สุด
เออ..แต่ภาวะแบบเมนูสิ้นคิดเนี่ย นาน น๊าน จะเกิดกับเราซะที
เพราะถ้าไม่รู้จะกินอะไร ก็คือ ไม่กินดีกว่า
ไว้คิดออกว่าอยากกินอะไรค่อยไปกิน
แต่ถ้ามันจำเป็นต้องกินแล้ว ยิ่งเวลาออกไปถ่ายรายการข้างนอก
หิวและต้องกิน จะชอบสั่ง สุกี้แห้งไก่หรือหมูก็ได้
ยิ่งถ้าเป็นหมูหมักแบบร้านพี่เหลืองตรงประตูเกษตรยิ่งล้ำเลิศ

suki2.jpg

แต่ที่ว่ามาทั้งหมด เราอยากให้ร้านอาหารตามสั่งบรรจุเมนูเหล่านี้ไว้ในอ้อมใจ
ให้เราได้สั่งกินบ้าง อย่างเช่น ปลานิล หรือ ปลาแรดทอดกระเทียม
เข้าใจว่าทำยาก ปลาแพง กำไรน้อย โน่นนี่ แต่มีให้กินบ้างได้มั้ยยยยยย
เราอยากกินบ่อยๆ บ้าง เพราะกินได้ทั้งตัว…แหม.. มันเคี้ยวเพลินจริงๆนะ

picture-011.jpg

ไม่รู้ว่ามันจะยากไปมั้ย แต่อยากให้มี
แต่ถ้าไม่มีอะไรให้กินจริงๆ
ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ก็แก้หิวได้ดี และสนองต่อมอยากความอร่อยได้ชะงักนัก
หมูปิ้งที่เราชอบต้องเป็นเนื้อล้วน ไม่ติดมัน
เคยได้ยินเค้าบอกว่า ติดมันอร่อยกว่า แต่เราไม่ชอบมัน
เวลาเคี้ยวมันหมู แล้วรู้สึกแย่ ไม่อยากกลืนลงคอ
เช่นเดียวกับ ขาหมู หรือ หนังไก่
เวลากินก็จะเกิดอาการเดียวกัน ไม่ได้กลัวอ้วนอะไร
แต่กินไม่ได้จริงๆ

dscf8106.jpg

 

ร้านโปรด my love cafe’ เมษายน 3, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 10:53 am

ร้านโปรดของเรามีเยอะมาก และนับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
และดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุดซะด้วย น่ากลัวจริงๆ
แต่บางร้านไปครั้งเดียว ก็ไม่คิดจะกลับไปอีก..ชาตินี้ไม่กลับไปเหยียบอีกเลย
ซึ่งก็ไม่รู้จะเอามาเขียนถึงทำไมให้เป็นที่ระคายใจ
เขียนถึงร้านที่ไปแล้วไปอีก อย่างไม่รู้เบื่อดีกว่า
ร้านนี้ เป็นร้านที่พวกเรานั่งกันมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มช.
เออ…นานจนจำไม่ได้ว่า เริ่มไปตอนเรียน หรือไปตอนใกล้ๆจะจบ
เพราะจบมานานแล้วววว เฮ้อ..
แต่ไปที่ไร ก็นั่งนาน ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
ยิ่งหลังๆ นั่งเกือบทั้งวัน แม้จะย้ายร้านมาอยู่ที่ใหม่ แต่ก็ยังตามไปนั่ง
ไม่ได้นั่งธรรมดา กินมันทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นนมเย็น โยเกิร์ตปั่น
รวมถึงมันบด รสเลิศของเรา แม้มันอาจจะไม่ได้ล้ำแบบมันบดของเมืองนอก
แต่มันถูกปากเราจริงๆ มันเนื้อเนียน กับน้ำเกรวี่ รสไม่เข้มจนเกินไป
กินได้เพลิดเพลินทั้งวัน

picture-062.jpg

picture-064.jpg

ถ้าอยากกินมันบดของร้านนี้ต้องรีบไปตั้งแต่เช้า เพราะเคยโผล่ไปกินตอนบ่าย
หมดซะอย่างนั้น ไม่ทำเพิ่มด้วย ครั้งนั้นเลยต้องกลับไปกินอีกในวันรุ่งขึ้น
แต่ก็คุ้มค่าที่จะกลับไปกินให้ได้
ก็มันอร่อยนี่นา

picture-082.jpg

picture-072.jpg

แต่ถ้าวันไหนไม่มีมันบด เมนูสิ้นคิด อย่างมาม่าต้ม ร้านนี้ก็มีให้กิน
มาม่าร้านนี้ ชื่อว่า มาม่าตาลน เดาว่าคนคิดเมนูนี้คงชื่อว่า ตาลน น่ะแหละ
มาม่าเค้าไฮโซโก้เก๋กว่า มาม่าทั่วไปๆ คือถ้าทำกินเองคงไม่ได้หน้าตาแบบนี้
สั่งมากินทีไร โดนคนที่ไปด้วย บ่นๆ ทุกทีว่า
บ้านมึงไม่มีมาม่าให้ากินเหรอ เออ..มีน่ะมี แต่อร่อยไม่เท่าว่ะ 555
จนถึงตรงนี้ ลืมบอกไปว่า ร้านนี้ชื่อ “สวนนม “

picture-046.jpg