Eat-aholic

Test it…Feel it by yourself

ส้มตำทอด กรกฎาคม 29, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 4:48 am

dsc02569.jpg

นอกจากเมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่ได้ลองทำให้คนร้านกินไปสองครั้งแล้ว
ยังมีอีกเมนูหนี่งที่ได้ลองทำให้พี่ในร้านชิมแล้ว ทุกคนลงความเห็นว่า รสชาติมันใช้ได้
และทำกินกันเล่นๆ มาสองครั้งแล้วเช่นกัน นั่นคือ “ส้มตำทอด”
ตอนแรกที่พูดชื่อขึ้นมา ก็มีแต่คนถามว่า ทอดยังไง กินยังไง
อธิบายแล้วไม่เห็นภาพกัน ก็ต้องทำให้กินซะเลย
จริงๆการทำ ส้มตำทอดเนี่ยไม่ได้ยุ่งยากอะไรหรอก
แต่ถ้าให้ทำกินเองที่บ้าน จะเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะต้องทอดเส้นมะละกอแบบ deep fried
ฉะนั้น ถ้าทอดเองที่บ้าน อาจจะเป็นเรื่องยาก เพราะต้องใช้น้ำมันปริมาณเยอะ
พอทอดเสร็จแล้วก็ไม่รู้จะเอาน้ำมันที่เหลือไปทำอะไรต่อ
นอกจากต้องหากล่องเก็บไว้ทอดอย่างอื่น ซึ่งก็ไม่รู้เมื่อไร
อาหารพวกทอดแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่เหมือนง่ายในการทำกินเอง แต่จริงๆแล้วยากในการจัดการ

พอมาอยู่ร้าน ที่มีทั้งอุปกรณ์และเครื่องปรุงทุกอย่างเตรียมพร้อมแบบนี้
จึงเหมือนเป็นสวนสนุกผสมกับห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ของเราไปในตัว
ตอนพักถ้าไม่ต้องทำอะไร หรือไม่ง่วง ไม่เหนื่อยจนเกินไป
การบุกเข้าครัวทำของกินเล่นพวกนี้ จึงกลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นได้มากกว่าการออกไปเดินชอปปิ้งตาม outlet

เข้าเรื่อง เมนู ส้มตำทอด ที่ทำง่ายมาก (แต่เอาเข้าจริงๆ ถ้าต้องเตรียมเครื่องเองเยอะขนาดนี้ ก็จุกจิกไม่น้อยนะ)
เริ่มจาก ทำน้ำยำก่อน ก็ทำแบบส้มตำแหละ เครื่องปรุงเหมือนกันเลย แต่พอมาอยู่ที่นี่ถั่วฟักยาวมันหายาก
เราเลยเปลี่ยนนิดหน่อย หันมาใช้ green bean แทน ซึ่งก็ได้หน้าตาและรสชาติใกล้ๆกัน
ทำเสร็จก็เตรียมไว้ แล้วหันมาทอดเส้นมะละกอ
โดย โรยแป้งชุบทอด หรือโกกิก็ได้ แป้งเอนกประสงค์ก็ได้ แล้วพรมน้ำนิดหน่อย ให้พอชื้นๆ แล้วลงทอดในน้ำมันร้อน
เวลาเอาลงทอดพยายามให้มันเกาะๆกันเป็นกลุ่ม เป็นแพๆ ดูสวยกว่า
ทอดนิดเดียวพอ อย่าให้เหลืองมาก เพราะจะกลายเป็นไหม้แทน
ยกขึ้นมาสะเด็ดน้ำม้น…..จัดใส่จาน เวลาจะกินก็เอาน้ำส้มตำราดลงไป….
แล้วก็กิน… เหอๆ อร่อยสุดๆ
ว่าแล้ว..ก็อยากกินอีก นี่ถ้าได้ข้าวเหนียวด้วยจะประเสริฐมาก…แต่ไม่มี..เศร้าใจชะมัด

 

เล่าเรื่องด้วยภาพ…ไร้คำบรรยายจริงๆ กรกฎาคม 25, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 3:18 am

dsc02494.jpg

dsc0249.jpg

dsc02528.jpg

dsc02526.jpg

dsc02527.jpg

ปล.ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในหนึ่งวันเท่านั้น….
พระเจ้าช่วย แม้จะมีประชากรกินกันหกคนก็เถอะ..น่ากลัวจริงๆ

 

สงสารช้อนบ้างเถอะ กรกฎาคม 21, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 5:19 am

ใครก็ได้ช่วยส่งโลชั่นไวท์เทนนิ่งมาให้หน่อย…แดดบ้านนี้เมืองนี้แรงมาก จนไม่คิดอยากออกไปไหน เวลาพักกลางวันแทนที่จะได้ออกไปเดินเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้าง ก็เลยกลายเป็นว่า ต้องนั่งๆนอนๆ หลบแดดอยู่ในร้าน อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือไม่ก็นอนเอาแรงแทน ขนาดไม่ค่อยออกไปไหน ยังรู้สึกได้ว่าทำไมดำขึ้นเร็วขนาดนี้ กางร่มเดินซะดีมั้ยเนี่ย

จริงๆรัฐนี้มันมีสโลแกนประจำรัฐว่า sunshine state แต่สำหรับเราขอเปลี่ยนเป็น sunburn state แทน เห็นนักท่องเที่ยวพากันเดินใส่เสื้อแขนกุด ขาสั้น ล่องลอยกันไปมากลางแดดเปรี้ยงๆแล้วก็อยากจะบ้าตาย มันไม่ร้อนกันบ้างหรือไง มันไม่ออกมาแทนสวยหรอก เห็นกลายเป็นสีแดงๆ ผิวไหม้ กระขึ้นกันเป็นแถวๆ สวยเก๋ตรงไหน ฝรั่งพวกนี้โง่กว่าที่คิดจริงๆ

ความบ้าแบบไร้สาระของพวกฝรั่งคอเคซอยด์พวกนี้ยังมีอีกมากมาย แบบไม่น่าเชื่อว่า ทำไมถึงเป็นไปได้ขนาดนี้ เข้าใจว่าวัฒนธรรมต่างกัน กำลังทำความเข้าใจอยู่ แต่ทุกครั้งที่เห็นก็จะอดขำไม่ได้ทุกที เช่น เวลากินข้าวไม่ว่าจะกินกับอะไร จะแกง จะผัด เค้าจะตักข้าวไปใส่ในจานกับข้าว ขณะที่เราตักกับมาใส่ข้าวแล้วใช้ช้อนตักกิน แต่มันตักข้าวไปใส่ในกับแม้ว่าจะเป็นแกงก็ตาม แล้วใช้ส้อมตักกิน ดูทุลักทุเลมาก เพราะข้าวจะจมน้ำแกง ทำให้ต้องใส่ข้าวลงไปอีก จนเต็มถ้วยแกง แล้วข้าวก็อืด และนิ่ม ทำให้ตักกินยาก แล้วมันก็ยังจะพยายามใช้ส้อมงมหาข้าวกิน ลำบากเข้าก็เรียกหาตะเกียบ…ค่ะ ตะเกียบ มันจะเอาตะเกียบไปคีบข้าวในน้ำแกงกิน

พระเจ้า…แค่ส้อมพวกแกยังไม่รอด แล้วมีหน้าจะใช้ตะเกียบ ส่วนช้อนที่วางไว้ข้างๆ มันก็ทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ ไม่ใช้กัน ทิ้งให้นอนเหงาอยู่บนโต๊ะ ไม่คิดจะหยิบมาใช้
อะไรกันนักหนาไอ่พวกนี้…ให้มันได้อย่างนี้ซิ

สุดท้ายข้าวก็อืด บานเหลืออยู่เต็มชาม…เป็นที่น่าเสืยดายแทนชาวนาเป็นยิ่งนัก บริโภคนิยมกันเข้าไปเถอะมึง

อันนี้แค่ตัวอย่างหนึ่ง แต่ที่สำคัญที่สุด ประชาชนบ้านเมืองนี้ยังใช้น้ำมันหรือ ที่เรียกว่า แก๊ส กันอย่างเต็มตีนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าน้ำมันจะหมดโลกในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า หรือว่าจะหมดอาทิตย์นี้ ก็ยังไม่เห็นถึงความตื่นตัวจะประหยัดน้ำมัน หรือใช้ขนส่งมวลชนอย่างที่ควรจะเป็น แล้วขนส่งมวลชนก็ไม่ได้เอื้อให้คนเดินทางได้สะดวกเท่าไร รถเมล์มีน้อย วิ่งน้อย แม้จะมาเป็นเวลา แต่ก็น้อย จนทำให้คนต้องมีรถส่วนตัว รถก็ราคาถูกกว่าที่บ้านเราเยอะ ถูกจนงงมาก

แอบสงสัยนิดๆว่า เพราะน้องชายของอีบุชเป็นผู้ว่าการรัฐหรือเปล่า ถึงได้ไม่คิดจะพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้มันดีขึ้น แล้วคนจะได้ซื้อรถเยอะๆ กระตุ้นให้มีการใช้น้ำมันเยอะๆ ซึ่งเป็นธุรกิจของตระกูลมันเข้าไปเรื่อยๆ เหอๆๆๆๆ ไม่วายจริงกู…จนได้

ไม่ค่อยเกี่ยวกับของกินเท่าไร แต่ขอบ่นๆเม้าท์ๆ หน่อยเถอะ

…………………………………………………..

บรรยายความตามภาพ ตอนหนึ่ง
อยากกินปลาทอดจัด….พยายามไปตะปบจากร้านชาวบ้านมา
แต่คนขายปลาบอกว่า ปลาทอดหมดแล้ว

dsc02438.jpg

เหลือแต่ปลาการ์ตูนอยู่สองตัว แกจะกินมั้ย (ตัวเล็กจะตาย ทอดแล้วก็หดเหลือนิดเดียว จะไปอิ่มได้ยังไง)

dsc02422.jpg

กลับไปกินบล็อกเคอรี่ผัดน้ำมันหอยใส่ไก่ที่ร้านเหมือนเดิมดีกว่า….เชอะ

 

ยำไข่ต้ม.. กรกฎาคม 12, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 4:53 am

dsc02419.jpg

ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลง
วันก่อนทำยำไข่ต้มให้คนในร้านกินกัน…
อร่อยโคตรๆ อีกแล้ววววว ไม่ได้เข้าข้างตัวเองด้วย
ไข่ต้มห้าฟอง หมดจานอย่างรวดเร็วในพริบตา

ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะลดความอ้วนอย่างจริงจังที่นี่ แต่ แต่ แต่…
แต่ว่า…เพิ่งลดได้ 3 กิโลเอง…
อย่างที่เห็น ยังสนุกสนานกับของกินซะขนาดนี้…
เฮ้อๆๆๆ..เบื่อตัวเองที่สุด

dsc02421.jpg

 

มื้อเช้าแบบรีบๆ…แต่สำคัญ กรกฎาคม 9, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 3:19 am

dsc02417.jpg

ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ได้กินมื้อเช้าบ่อยกว่าตอนอยู่เมืองไทย
หนึ่ง..เพราะต้องกินเพื่อจะได้ไม่หิวตอนทำงาน ซึ่งเป็นเวลากินของคนทั่วไป
สอง..กินมื้อเช้าทำให้ความอยากอาหารเป็นเวล่ำเวลา ไม่กินตามอำเภอใจเหมือนเดิม
ทุกทีหิวเมื่อไรก็กิน ไม่หิว แต่อยากกิน ก็กิน ซึ่งสร้างนิสัยการกินของเราเสียหมา…มานาน

มื้อเช้าก่อนออกบ้านจึงเป็นขนมปัง หรือพวกเบเกอรี่ง่ายๆ แล้วอุ่นให้ร้อน
กินกับกาแฟ หรือไม่ก็นม แล้วแต่อารมณ์ และความรีบเร่ง
ถ้าเป็นกาแฟต้องเพิ่มเวลาเข้าไปอีกหลายนาทีในการต้มน้ำและชงกาแฟ
แม้จะได้กลิ่นหอมๆ และรสชาติที่ดีกว่า นมพร่องมันเนยจากแกลลอนในตู้เย็น
แต่ถ้าวันนั้นเวลาเหลือไม่ถึงห้านาทีสำหรับมื้อเช้า นมกับครัวซองก็ประหยัดเวลาได้มากกว่า

มาอยู่ในประเทศที่กินขนมปังแทนข้าวอย่างนี้ เวลาซื้อขนมปังจึงเป็นเวลาที่สนุกมาก
เสียเวลาเลือกนานเป็นพิเศษ แต่ก็มีความสุขไม่น้อย ที่ได้อยู่ท่ามกลางขนมปังหอมๆ
หลากหลายแบบ รสชาติ และหน้าตาสีสัน
ตอนกินขนมปังตอนเช้า ก็จะแอบคิดถึงตอนที่เลือกๆในซุปเปอร์ฯ
ตัดสินใจรสชาติในไม่กี่นาทีที่กินว่า ยี่ห้อนี้ควรค่าต่อการซื้อมากินในครั้งต่อไปหรือไม่

แต่เท่าที่ดูๆ เดือนนี้ทั้งเดือน ก็ยังชิมไม่ครบทุกยี่ห้อแน่ๆ
ว่าแล้วก็เป็นรจนาเลือกคู่..ต่อไป..ว่ายี่ห้อไหนจะชนะใจ ผูกขาดเป็นเจ้าประจำ
โอย…คิดถึง ขนมปังของยามาซากิจังเล๊ยยยย

dsc02394.jpg

 

mild, medium, hot or thai hot? กรกฎาคม 2, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 4:25 am

เกือบสามอาทิตย์ที่มาผ่าน ชีวิตของเรามีเรื่องราวเกิดขึ้นหลากหลายรสชาติ ชนิดที่เล่าต่อไปได้จนชั่วลูกชั่วหลาน เหมือนที่ขึ้นพาดหัวเลย มีทั้งรส mild อ่อนๆ จืดๆ รสชาติกลางๆ แบบ medium มีทั้งร้อนแบบhot และปวดแสบปวดร้อนแบบ Thai hot

แต่อย่างน้อยก็รู้สึกดีตรงที่ได้อยู่ท่ามกลางอาหารหน้าตาและรสชาติที่เหมือนจะคุ้นเคย ปัญหาอื่นๆที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องใหญ่และหนักหนาสำหรับชีวิตในต่างแดน เลยกลายเป็นเรื่องรอง แต่เราเองก็มองข้ามมันไป และไม่เก็บเอามาใส่ใจให้ตัวเองต้องรู้สึกแย่ เหมือนที่ผ่านมา น่าจะเป็นการดีกว่า แล้วก็ดีจริงๆ เพราะจิตใจสงบขึ้นมากกว่าเดิมเยอะ แบบไม่ต้องไปปฏิบัติธรรมที่วัดไหน แค่เดินเสิร์ฟในร้าน ก็ประหนึ่งได้เดินจงกรมแบบติดสปีดอยู่แล้ว เพราะต้องมีสติตลอดเวลาทุกย่างก้าวและการเคลื่อนไหว มันเป็นการใช้หลักอันเดียวกัน คือ ต้องมีสติและตื่นตัวตลอดเวลา

อาหารไทยที่นี่ หน้าตาไม่ต่างจากต้นตำรับมากนัก แต่เรื่องรสชาติต้องปรับให้เข้าลิ้นมนุษย์ฝรั่งแถวนี้ ซึ่งเข้าใจได้ว่าทำไม เพราะมันหลากหลายมากๆ มีทั้งพวกที่กินอาหารไทยเป็นและกินเผ็ดได้ ก็มีอยู่กลุ่มหนึ่งไม่มากนัก พวกนี้กินเป็นไม่น่าเป็นห่วงอะไร แล้วก็มีพวกกินเผ็ดได้นิดหน่อยกับพวกอยากลอง จำพวกนี้แหละ น่ากลัวเพราะไม่เจียมลิ้นตัวเอง พอมันเผ็ดเข้าหน่อย ทั้งๆ ที่รสชาติแบบจืดสุดๆแล้ว มันจะโวยวายงั้นงี้ ทำไมไม่บอกว่าเผ็ด กินไม่ได้เลยขอเปลี่ยน ย่ะ..ชั้นบอกแกไปแล้วนะว่า แกงน่ะ ยังไงก็ต้องใส่น้ำพริกจะ mild แค่ไหนก็ต้องใส่น้ำพริก ถ้าแกอยากกินจืดๆ ชั้นมีต้มจืดเต้าหู้ กับ เกี๊ยวน้ำ ให้ซดแทน ก็ไม่เอาเอง still want to try some ก็จัดให้ มีหน้าจะมาขอเปลี่ยน ไม่ให้เปลี่ยนโว้ย drink more water ไปก็แล้วกัน

แล้วก็มีพวกอยากกินเผ็ดอวดสาว พวกนี้น่าสงสาร เพราะจะสาระแนสั่งแบบ thai hot กะโชว์หญิง แล้วแม่สาวที่ควงมาก็จะส่งเสียงฮือฮา so cool งั้นงี้…เดี๋ยวเถอะมึง จะรู้สึก..แล้วเป็นไง กลายเป็นโต๊ะภาระให้ชั้นต้องเดินไปเติมน้ำให้มันบ่อยๆอีก จริงๆเรื่องเม้าท์ลูกค้ามีมากกว่านี้เยอะ แต่เอามาขยายความแถวนี้คงไม่เหมาะนัก เสียจรรยาบรรณด้วย ไม่ดีๆ

มาเรื่องของกินดีกว่า พวกเครื่องพริก เครื่องแกง กะปิ น้ำปลา น้ำมันหอย พริกขี้หนู มะนาวฯลฯ ไม่ต้องกลัวอดที่นี่มีครบ ประหนึ่งตลาดสดบ้านเรา ต่างกันแค่ราคาเท่านั้น เหอๆๆ แน่นอนว่าแพงกว่า ของสดอาจจะแพงเยอะหน่อย แต่พวกเครื่องปรุง คิดคำนวนแล้วคุ้มค่ากว่าแบกมาเองเป็นไหนๆ แต่ตอนนี้อยากกินส้มตำปูม้ามากกกกก…กำลังหาวิธีทำกินเองจากวัตถุดิบเท่าที่มีแถวนี้ให้ได้

มาอยู่ที่นี้ไม่ค่อยได้ทำอาหารบ่อยมากอย่างที่ใจอยาก เพิ่งได้จังหวะแกงกะหรี่ญี่ปุ่น สูตรเดิมๆของเราให้คนในร้านกินกัน หม้อใหญ่มาก แต่หมดเกลี้ยง เป็นที่ปลาบปลื้มใจเป็นยิ่งนัก แถมวันก่อนแม่ครัวทำขนมจีนน้ำเงี้ยวให้กิน แม้จะไม่ครบเครื่องเพราะขาดเลือดไก่ แต่ว่าอย่างอื่นครบหมด กินแล้วน้ำตาแทบไหล คิดถึงแม่ชะมัด

แม้จะได้บ้าน ได้งานแล้วแต่กว่าชีวิตจะลงตัวคงต้องใช้เวลาอีกสักสองอาทิตย์ หวังว่าหลังจากนั้นจะได้มีเวลาขยับขยาย มีชีวิตเป็นเรื่องราวมากขึ้น
และที่สำคัญ จะได้เวลาครอบครองห้องครัวในบ้านอย่างเต็มอัตราศึกซะที ฮ่าๆๆๆ