Eat-aholic

Test it…Feel it by yourself

ข้าวต้มมัดแนวใหม่ สิงหาคม 26, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 5:12 am

วันก่อนที่ร้านเค้าชักชวนกันทำข้าวต้มมัด เดินวนไปวนมา ดูเค้าห่อขนมกัน เลยเกิดอาการคัน สาระแนไปห่อกับเค้าด้วย
แล้วก็เหมือนเดิม คือขอห่อแบบของตัวเองอีกแล้ว ไม่ได้อยากแปลกหรือ โชว์สร้างสรรค์อะไรหรอก
จริงๆ เพราะว่าลองห่อแบบดั้งเดิมแล้วไม่สำเร็จ และไม่อยากใส่กล้วย ไม่ชอบกิน กล้วยน้ำว้าที่นี่รสชาติไม่หวานหอมเหมือนบ้านเรา
ก็เลยห่อแบบปิรามิด คล้ายๆขนมเทียนบ้านเราแหละ ตอนห่อก็ลุ้นๆ กว่าจะออกมาเป็นยังไงน้า
แต่พอนึ่งออกมาแล้วก็หน้าตาดี เข้าท่าอยู่เหมือนกันนะเนี่ย เหอๆๆ

dsc02620.jpg

แปลกดี ตอนอยู่เมืองไทย ก็ไม่ค่อยได้กินข้าวต้มมัดเท่าไร เพราะไม่ค่อยชอบ ถนัดไปทางข้าวเหนียวปิ้งไส้เผือกมากกว่า
มาอยู่ที่นี่ ได้กินขนมแบบนี้ด้วย แถมได้ห่อเอง
เออ..ให้มันได้อย่างนี้ชีวิตเรา

 

บ่ายวันอาทิตย์กับสปาเกตตี้ล้างตู้เย็น สิงหาคม 19, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 10:36 pm

หลังจากใช้ชีวิตอย่างเต็มที่มาหกวัน เพื่อรอคอยการมาถึงของวันอาทิตย์ วันหยุดอันแสนหอมหวานสำหรับเรา
เพื่อจะได้ตื่นสายสุดๆ แบบไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น อันนี้ในกรณีที่ไม่มีธุระอะไร
และเป็นวันแสนสำราญที่ได้ครอบครองบ้านทั้งหลัง ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก ห้องครัว นั่นเอง
แต่จะว่าไปแล้วหกวันที่เหลือก็ไม่มีใครในบ้านเค้าใช้ครัวกันหรอก จะมีก็ไมโครเวฟกับเตาปิ้งขนมปังเท่านั้นแหละที่ได้ใช้งาน

วันอาทิตย์จึงเป็นวันเดียวที่ห้องครัวของบ้านนี้จะได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มศักยภาพ
เราว่า ถ้ามันมีชีวิต มันคงดีใจที่ที่มีคนเห็นคุณค่าของมัน แม้จะแค่อาทิตย์ละวันก็ตาม

ว่าแล้วก็เลยสนองความต้องการของตัวเองและห้องครัว ด้วยการทำสปาเกตตี้ สูตรล้างตู้เย็น
เริ่มด้วยการต้มเส้นสปาเกตตี้ที่ซื้อตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เป็นเส้นแบบโฮลวีต ไม่ได้กะจะรักษาสุขภาพอะไร แค่มันสีสวยดีเท่านั้น
ตั้งน้ำแล้วก็ใส่เกลือกับน้ำมันพืช ลงไปนิดหน่อยเส้นจะได้ไม่ติดกัน อันนี้เป็นขั้นตอนที่ใครที่เคยทำก็น่าจะรู้กันดีอยู่แล้วล่ะ

dsc02629.jpg

dsc02631.jpg

ระหว่างรอเส้นสุกก็เตรียมเครื่องซอสไปซิ ใช่ป่ะ จะยืนรอหายใจทิ้งให้ไร้ค่าไปทำไม
เอาแครอทกับเซอลารี่อ่อนๆที่เหลือมาหั่น แอบใส่แครอทเยอะหน่อย เพราะชอบกินมากกว่าเซอลารี่
แครอทที่นี่สีสวยสด สะใจเป็นที่สุด ถ้ากระต่ายชอบกินแครอทจริงๆ มาอยู่ที่นี่คงเหมาะ (ก็ไม่รู้ว่าชอบจริงหรือเปล่าไง กินก็เพราะคนเอาให้กิน)
แต่มนุษย์แครอทอย่างเรา ก็มีความสุขกับการแทะแครอทสดกรอบได้ทั้งวัน

dsc02633.jpg

dsc02634.jpg

dsc02636.jpg

จริงๆ อยากใส่ผักมากกว่านี้ แต่ทั้งตู้เย็นมีอยู่แค่นี้ทำไงได้ ไม่งั้นจะเรียกว่า สูตรล้างตู้เย็นเหรอ
ส่วนที่เหลือก็เป็น เนื้ออกไก่ กับ ไส้กรอกที่เหลืออยู่ ที่ใส่ไส้กรอกด้วยเพราะว่าจะได้ไม่ต้องใส่เกลือหรือซอสปรุงรสอีก
ไส้กรอกที่นี่รสชาติเค็มนำ ไม่ได้เค็มธรรมดา เค็มมาก (สำหรับเรา) กินเปล่าๆไม่ได้เลย ต้องเอาไปใส่อย่างอื่น
แล้วไม่ต้องปรุงรสเค็มเพิ่มเลย เพราะใส่ไส้กรอกลงไปก็เค็มทั่วถึงพอดี
มิน่าเวลาเดินๆในซุปเปอร์ ถึงมึผลิตภัณฑ์ที่บอกว่า เกลือน้อย โซเดียมต่ำแทรกเข้ามาให้เห็นในอยู่ไม่น้อย
กินเกลือกันกระหน่ำซัมเมอร์เซลขนาดนี้ กว่าจะรู้ตัว ไม่สายไปหน่อยเหรอพี่

มาถึงตัวซอสกว่าจะตัดสินเลือกซอสได้ก็เล่นเอาตาลาย ยี่ห้อละลานตาไปหมด แล้วแต่ละยี่ห้อก็มีหลายรส หลายแบบเข้าไปอีก
สุดท้ายก็ตัดสินใจหยิบยี่ห้อที่ชอบก่อน คือ Archer Farms เพราะหนึ่งเคยซื้อโยเกิร์ตยี่ห้อนี้แล้วอร่อยเข้มข้นดี
สองเพราะยี่ห้อเนี่ยเค้าออกแบบสวยดี ชอบฉลาก โลโก้ แถมเลือกใช้สีบนแพคฯ ได้น่ารักดี
ตัดสินทุกอย่างจากหน้าตาอีกแล้วกู

และเมื่อเลือกยี่ห้อได้แล้ว ก็ค่อยมาตัดสินใจว่าจะเอารสชาติไหนกันดี สุดท้ายก็หยิบไอ่ขวดนี้มา
เป็นรส Arrabbiata เค้าบอกว่าเป็น Spicy red pepper pasta sauce เลยเดาว่า รสน่าจะจัดจ้านถูกปากกว่า หวังว่านะ

dsc02623.jpg

dsc02625.jpg

แล้วก็เพราะเครื่องมาผัดให้สุก เติมซอสลงไป แต่ว่าผัดไปผัดมา น้ำจากแครอทกับมะเขือเทศนองเต็มกระทะไปหมด
เราเลยใช้แผนชั่วร้าย ด้วยการแอบเติมแป้งมันละลายน้ำลงไปหน่อยหนึ่ง เพื่อให้น้ำซอสมันดูเข้มข้น ดูมีเนื้อหนังมากกว่าน้ำนองๆ
ซึ่งแน่นอนมันได้ผลอยู่แล้ว เพราะแป้งมันเนี่ย ใครๆ เค้าก็ใช้กัน เวลาอยากให้น้ำผัด หรือ น้ำซอสมันดูข้นๆขึ้นๆ
โดยเฉพาะพวกอาหารจีนเนี่ย กินแล้วฟันธงได้เลยว่า เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ มันใส่แป้งมันแน่นอน ฟันธงเลย

dsc02640.jpg

dsc02641.jpg

เสร็จแล้วก็โรยหน้าด้วยชีสหน่อยๆ ของเราเป็นมอสซาเรลลา แฮะๆๆ
เพราะเวลากินมันช่วยให้ได้รสเข้มข้น หนึบหนับ เข้ากันกับสปาเกตตี้มากๆ
ยกมากินหน้าทีวี กับชามะนาวเย็นๆ แล้วดูรายการ No Reservations ของ Anthony ไปด้วย
แค่เนี้ยก็เติมความสุขเล็กๆน้อยๆ สำหรับวันอาทิตย์ของเรา เพื่อพร้อมรับมือกับวันจันทร์อันแสนเศร้าได้อย่างเต็มที่

dsc02646.jpg

ปล. กินไปจนหมดจาน ถึงมาคิดได้ว่า ลืมใส่ออริกาโน่ ให้มันได้อย่างนี้ซิกู
เฮ้อ… เบื่อตัวเองจริงเล๊ยยยย

 

ลูกค้าทุกท่านโปรดทราบ ตอน 2 สิงหาคม 16, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 1:24 am

ยัง ยัง ยัง มันยังไม่หมด ขอต่ออีก

ข้อที่สี่…เวลาจะไปกินอาหารที่ไหน ก็ลองศึกษาวัฒนธรรมการให้ทิปของประเทศนั้นๆ กันนิดหนึ่ง เช่น ถ้าเป็นโซนยุโรป ต้องให้ 10 เปอร์เซ็นต์ ไปญี่ปุ่นไม่ต้องให้ ไปอเมริกาไม่ควรให้น้อยกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ (จริงๆ ควรจะไม่น้อยกว่า 18 ด้วยซ้ำไป ) อย่าให้พนักงานเสิร์ฟเก็บเอามาเม้าท์ไล่หลัง เพราะจะไม่ได้ว่าแค่คุณเท่านั้น แต่จะไล่เลยไปถึงเชื้อชาติ และสัญชาติ ลามเลียไปถึงญาติโกโหติกาอีกด้วย ยิ่งไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ด้วยแล้ว ภาระของคนทำงานจะเยอะขึ้นอีกบาน เข้าใจว่ากินกันเยอะ และจ่ายเยอะแล้ว แต่ๆๆๆ อย่าลืมว่ายิ่งคนเยอะ ยิ่งอาหารเยอะ งานมันก็ยิ่งยากและหนักเพิ่มเป็นหลายเท่า ที่สำคัญพนักงานเสิร์ฟไม่ได้ทำงานเพื่อการกุศล เค้าไม่ได้มาเดินแบกจานอาหารร้อนๆ เดินไปหยิบโน่นหยิบนี่ เพราะปลาบปลื้มอะไรในตัวคุณเลย….นะจ๊ะ

ข้อที่ห้า…เชื่อมโยงมาจากข้อข้างบน พนักงานเสิร์ฟมีหน้าที่บริการลูกค้าก็จริงอยู่ แต่เวลาต้องการสิ่งได้ เช่นอยากได้อะไรเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ กรุณาใช้เวลาเรียบเรียงความต้องการแล้วบอกมาในครั้งเดียวกันจะเป็นการดีมาก แต่ถ้ายังไม่เข้าใจความต้องการของตัวเองว่าอยากได้อะไรบ้าง ก็บอกมาอย่างน้อยทีละสองหรือสามอย่างก็ได้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาเดินไปหยิบของมาคุณ ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า ลูกค้าในร้านไม่ได้มีแค่โต๊ะคุณโต๊ะเดียว ยังมีลูกค้าที่มีความต้องการไม่ต่างจากคุณอีกเต็มร้าน การบอกทีเดียวนอกจากจะง่ายสำหรับการทำงานแล้ว คุณก็จะได้ของทุกอย่างอย่างรวดเร็วครบถ้วน และนั่งรับประทานอาหารอย่างมีความสุข ไม่ต้องมานั่งหงุดหงิด เพราะมัวแต่มานั่งรอของจุกจิกโน่นนี่

ข้อที่หก… กรุณาท่องให้ขึ้นใจว่า พนักงานเสิร์ฟ มีสองมือ ย้ำสองมือเท่านั้น ฉะนั้นถ้าเห็นสองมือของเค้าถืออาหารมาให้โต๊ะคุณพร้อมกันทีเดียว สี่ถึงห้าจาน มาให้โต๊ะของคุณ แต่อาหารทั้งหมดยังไม่ครบ เพราะขาดไปอีกสองสามอย่าง ก็ไม่ต้องทวงถามขึ้นมาว่า แล้วที่เหลือล่ะ ทำไมยังไม่มา แล้วพนักงานเสิร์ฟจะตอบคุณไปว่า รอเดี๋ยวนะคะ แต่ในใจของพวกเค้าน่ะ ตอบคุณไปว่า ไม่เห็นเหรอว่ามีอยู่สองมือ เต็มที่ก็ยกได้แค่สี่ห้าจานนี่แหละ ถ้าจะให้ทุกอย่างออกมาพร้อมกัน ต้องเอาปากคาบออกมาแล้วล่ะ ( มีเสียงกระซิบมาว่า…หรือจะให้เลี้ยงจานบนตีนมาเสิร์ฟจ๊ะ)

ที่ว่ามาไม่ได้กวนประสาท หรือปากเสีย หรือใจร้ายกับลูกค้าผู้มีพระคุณแต่อย่างไร
แค่ไม่แกล้งทำแกงร้อนๆ หกรดหัวลูกค้าผู้มีพระคุณนั่นเอง ฮึฮึฮึ

ปล. ไม่เคยทำเลย แค่คิดเฉยๆ
เพราะสุดท้ายก็ทำได้แค่ยิ้มหวาน แล้วทำหน้าทำตาเป็นคนดีใส่ลูกค้าไปเท่านั้นเอง

 

ลูกค้าทุกท่านโปรดทราบ…ตอน 1 สิงหาคม 14, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 4:44 am

เรามีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า ทุกคนมีความเป็นนักกิน นักชิมอยู่ในตัว ขึ้นอยู่กับว่ามากน้อย หรือรสนิยมในการกินเป็นยังไง
แต่ไม่ว่าฝนตก รถติด หรือน้ำแข็งขั้วโลกจะละลาย จนหมีโพล่าต้องว่ายน้ำจนเหนื่อยตาย
คนก็ยังต้องกิน และเสาะแสวงของกินมาบริโภค เพื่อสนองความหิว ความอยาก หรือสนองสัญชาตญาณนักชิมของตัวเอง
ฉะนั้นต่อไปนี้ เป็นข้อควรปฏิบัติ สำหรับนักชิม ที่นิยมออกไปกินของอร่อยตามร้านอาหารต่างๆ
หรือจะเรียกว่า คำขอร้องและข้อแนะนำจากพนักงานเสิร์ฟ พ่อครัว แม่ครัว…ฯลฯ
ที่เราเรียบเรียงจากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสมา……จากส่วนลึกของหัวใจ 5555

ข้อแรก… ถ้าไปถึงหน้าร้านแล้ว เห็นว่าอีกสิบนาทีร้านจะปิด ไม่ต้องดันทุรังเข้าไปกินเชียวนะ ไปหาร้านอื่นที่เค้าปิดช้ากว่านี้
หรือไม่ก็กลับไปหาข้าวต้มโต้รุ่งกินดีกว่า…ไม่งั้นก็กลับไปต้มมาม่า เจียวไข่กินซะ แล้ววันหลังค่อยกลับมากินใหม่
สาเหตุเพราะ…เป็นธรรมเนียมว่า ครัวจะปิดก่อนสิบนาที เพื่อให้เวลาเก็บกวาด เช็ดถู เก็บข้าวเก็บของทุกอย่าง
ซึ่งใช้เวลาร่วมครึ่งชั่วโมง ถ้าคุณลูกค้าสาระแนเข้ามาในเวลานี้ คิดดูซิ ว่าคุณจะอ่านเมนู กว่าจะคิดได้ว่าจะกินอะไร
ก็ไม่ต่ำกว่าสิบนาทีหรอก พอเลือกเสร็จในครัวก็จะต้องทำอาหารนั้นออกมา ไหนว่าคุณจะละเลียดกันอีก ต่อให้ตะบี้ตะบันกินกันเร็วแค่ไหน
ก็ไม่ต่ำกว่าห้าถึงสิบนาที แล้วกว่าจะโน้นนั้นนี่ กระบวนการทั้งหมด คือ ครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างเร็ว นั่นหมายถึงว่าเวลาในการปิดร้านจริงๆ
จะต้องขยับไปอีกไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง และสำหรับคนทำงานในร้านมันคือ…นรกดีๆนี่เอง

ข้อสอง… ถ้ามีลูก มีหลานเล็กๆ มาร่วมวงกินข้าวด้วย กรุณาดูแลเด็กในความดูแลของคุณให้ดี
ในที่นี่ไม่ใช่แค่ ดูว่ากินอะไร เผ็ดมั้ย หรืออร่อยหรือเปล่า แต่หมายรวมถึง กินเรียบร้อยดีมั้ย ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กเล่นข้าว หรือของกิน
โดยการสาดกระจายเต็มโต๊ะ หรือเทหกไปทั่วพื้น ประหนึ่งชาวนาหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวในแปลงต้นกล้า
เพราะว่า… มันคือภาระ มันเป็นการประกาศสงครามกับพนักงานเสิร์ฟชัดๆ
และถ้าลูกหลานของคุณคิดอยากจะเติบโตขึ้นเป็นนักร้องประสานเสียง แล้วฝึกฝนกล่องเสียงด้วยการมาแผดเสียงอะไรก็ตาม
ในร้านอาหาร มันอาจจะเป็นเรื่องน่ารักในสายตาคุณ ก็ใช่ซิ ลูกใครใครก็รัก ตดก็ยังบอกว่าหอมได้
แต่ แต่ แต่ สำหรับลูกค้าโต๊ะอื่นๆ มันคือหายนะสำหรับมื้ออาหารอันแสนสุขของพวกเราเลยแหละ

ที่ว่ามาไม่ใช่ว่าไม่รักเด็ก รังเกียจเด็ก แต่อย่างใด เด็กๆน่ารักจะตาย โหย..ยิ่งเด็กฝรั่งด้วยแล้ว ดุจดั่งตุ๊กตาดีๆนี่เอง
แต่ความน่ารักมันกินไม่ได้ และมันจะเหือดหายกลายเป็นความอัปลักษณ์ (และน่าตบ) ในทันทีที่เค้าเริ่มสร้าง…ความหายนะ
ยิ่งร้านกับยุ่งๆ จะเสิร์ฟอาหารยังแทบจะไม่ทัน แต่แล้วต้องมาเก็บซากอารยะธรรมที่ลูกคุณสร้างไว้อีก…มันคือหายนะชัดๆ
ฉะนั้น…ถ้าลูกยังไม่พร้อมจะร่วมสังคมกับคนอื่นเค้า จงสั่งกลับไปกินที่บ้านเถอะ ขอร้อง

ข้อสาม…ถ้าได้รับอาหารผิดไปจากที่สั่งไว้ หรือต่างไปจากที่คิด หรือรสชาติไม่เป็นอย่างที่หวังไว้ หรืออะไรก็ตาม
กรุณาเรียกพนักงานเสิร์ฟมาสอบถาม หรือแจ้งให้ทราบซะตั้งแต่ได้รับอาหาร หรือตั้งคำแรกที่ชิมเข้าไป
ไม่ใช่กินไปจนจะหมดแล้วถึงมาบอก เช่น สั่งว่าจะเอาไก่ แล้วมันมาเป็นหมู..แต่ก็กินไปเกินครึ่ง ถึงมาบอกว่าเอามาให้ผิด
แล้วขอเปลี่ยน..หรือกินไปจะหมดจานแล้ว บอกว่า ไม่ชอบ ไม่อร่อย ขอคืน หรือขอเปลี่ยน
ได้ยินแล้วจะบ้าตาย…&%^$#!#$$$%^&*&**!@? ….พระเจ้า ไม่รอให้กินหมดจานแล้วค่อยบอกล่ะ
ทำอย่างนี้คิดว่าจะได้คืนมั้ย….คิดซิค่ะ คิด
นอกจากไม่ได้แล้ว จะโดนพนักงานเสิร์ฟมันด่าเอาด้วย …

…………………………………………………………………

ระบายจนสาแก่ใจแล้ว
เอาแค่สามข้อก่อน…ไว้มาต่อตอนหน้า

 

ตบะแตกซะแล้ว สิงหาคม 7, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 4:30 am

dsc02605.jpg

ตั้งใจว่าจะลดน้ำหนัก…
แต่ก็ออกมาแล้วอย่างนี้จนได้
อย่างที่เห็น…
มันคือ Muffin ที่ไปหอบมาจากร้านไม่ใกล้ไม่ไกลนี้แหละ
พากันไป..ไม่มีใครห้ามใครเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ

dsc02602.jpg

dsc02609.jpg

แต่ว่าๆๆ มันอร่อยจริงๆนะ โดยเฉพาะที่เป็นโอ้ตน่ะ เนื้อเนียนๆ หวานกำลังดี หอมกลิ่นซินนามอนนิดๆ
เช้าๆ กินกับกาแฟดำ….พาลให้เช้านั้นกลายเป็นวันที่แสนสุขได้ทันที
กินแล้วก็ได้ปลอบใจตัวเองว่า
เอาเถอะ เดี๋ยวเดินไปเดินมาก็เผาผลาญหมดเอง
ได้แต่หวังว่าอย่างนั้นนะ
เฮ้ออออออ

 

No Reservations… สิงหาคม 2, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 6:11 am

noreservations-poster-big.jpg

ขอไม่พูดถึงของกินซักวัน แต่จะหันมาว่าด้วยเรื่อง หนังเกี่ยวกับของกินและเรื่องราวในครัวแทน
เห็นโปรโมทฯในทีวีมาสองอาทิตย์ได้แล้ว แค่เห็นครั้งแรกก็รู้สึกในใจตะหงิดๆว่า
หรือคราวนี้จะต้องเสียเงิน 9 เหรียญไปดูหนังที่นี่เสียแล้ว…
ได้ข่าวว่าแค่เก้าอี้ในโรงหนังประเทศนี้ ยังสู้ลิโด้หรือเฮ้าส์ฯ บ้านเรายังไม่ได้เลย

หนังที่ว่าคือเรื่อง No Reservations
เป็นหนังรักกุ๊กกิ๊กที่ได้ แคเธอรีน ซีต้า โจนส์ มาแสดงเป็น เชฟใหญ่ประจำร้านสุดเลิศในแมนฮัตตัน
เรื่องราวน่ารักๆ ของหนังเกิดขึ้นในครัวเป็นส่วนใหญ่ (ก็ใช่ซิ นางเอกเป็นเชฟนิ จะให้ไปเกิดหลังเวทีนางงามหรือไง)
เท่านี้แหละที่เป็นเสน่ห์ของหนังเรื่อง ที่ทำให้เราอยากดูจนตัวสั่น จะมีอะไรน่าดูไปกว่านี้อีกล่ะ
ยิ่งพระเอกเป็น sous chef ในเรื่องด้วย ยิ่งไปกันใหญ่
จริงๆพระเอกเรื่องนี้ไม่ได้หล่อลากดิน หรือเท่จนชวนระทวยอะไรมากมาย แถมไม่ดังด้วย
แต่เวลาเห็นผู้ชายที่ทำอาหารเก่งๆแล้ว มันก็นะ….หึหึหึ…

ยังไม่ได้ไปดู…แต่คิดว่าไม่นานหรอก ไม่นาน

02.jpg

bourdain-no-reservations.jpg

เห็นหนังแล้วก็คิดถึง อีกหนึ่ง No reservations ของ idol ฝ่ายชายของเรา Anthony bourdain
เป็นสารคดีท่องเที่ยวในฝัน แถมมีชายในฝันมาเป็นตัวเดินเรื่องด้วย
มันช่างสมบูรณ์แบบอะไรขนาดนี้ อยากสมัครเป็นทีมงานรายการนี้จริงๆเล๊ย ให้ตายซิ
ข้อดีของการอยู่ประเทศนี้ ก็ตรงได้ดูรายการทีวีเด็ดๆ เยอะแยะนี่แหละ
ติดแค่ว่า ถ้าไม่เหนื่อยจนหลับคาทีวีไปก่อนนะ ฮ่าๆๆ

ปล. แวะเข้าไปดูหนังตัวอย่างได้ที่นี่

http://noreservationsmovie.warnerbros.com/

http://travel.discovery.com/tv/bourdain/bourdain-season3.html