หลังจากใช้ชีวิตอย่างเต็มที่มาหกวัน เพื่อรอคอยการมาถึงของวันอาทิตย์ วันหยุดอันแสนหอมหวานสำหรับเรา
เพื่อจะได้ตื่นสายสุดๆ แบบไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น อันนี้ในกรณีที่ไม่มีธุระอะไร
และเป็นวันแสนสำราญที่ได้ครอบครองบ้านทั้งหลัง ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก ห้องครัว นั่นเอง
แต่จะว่าไปแล้วหกวันที่เหลือก็ไม่มีใครในบ้านเค้าใช้ครัวกันหรอก จะมีก็ไมโครเวฟกับเตาปิ้งขนมปังเท่านั้นแหละที่ได้ใช้งาน
วันอาทิตย์จึงเป็นวันเดียวที่ห้องครัวของบ้านนี้จะได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มศักยภาพ
เราว่า ถ้ามันมีชีวิต มันคงดีใจที่ที่มีคนเห็นคุณค่าของมัน แม้จะแค่อาทิตย์ละวันก็ตาม
ว่าแล้วก็เลยสนองความต้องการของตัวเองและห้องครัว ด้วยการทำสปาเกตตี้ สูตรล้างตู้เย็น
เริ่มด้วยการต้มเส้นสปาเกตตี้ที่ซื้อตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เป็นเส้นแบบโฮลวีต ไม่ได้กะจะรักษาสุขภาพอะไร แค่มันสีสวยดีเท่านั้น
ตั้งน้ำแล้วก็ใส่เกลือกับน้ำมันพืช ลงไปนิดหน่อยเส้นจะได้ไม่ติดกัน อันนี้เป็นขั้นตอนที่ใครที่เคยทำก็น่าจะรู้กันดีอยู่แล้วล่ะ


ระหว่างรอเส้นสุกก็เตรียมเครื่องซอสไปซิ ใช่ป่ะ จะยืนรอหายใจทิ้งให้ไร้ค่าไปทำไม
เอาแครอทกับเซอลารี่อ่อนๆที่เหลือมาหั่น แอบใส่แครอทเยอะหน่อย เพราะชอบกินมากกว่าเซอลารี่
แครอทที่นี่สีสวยสด สะใจเป็นที่สุด ถ้ากระต่ายชอบกินแครอทจริงๆ มาอยู่ที่นี่คงเหมาะ (ก็ไม่รู้ว่าชอบจริงหรือเปล่าไง กินก็เพราะคนเอาให้กิน)
แต่มนุษย์แครอทอย่างเรา ก็มีความสุขกับการแทะแครอทสดกรอบได้ทั้งวัน



จริงๆ อยากใส่ผักมากกว่านี้ แต่ทั้งตู้เย็นมีอยู่แค่นี้ทำไงได้ ไม่งั้นจะเรียกว่า สูตรล้างตู้เย็นเหรอ
ส่วนที่เหลือก็เป็น เนื้ออกไก่ กับ ไส้กรอกที่เหลืออยู่ ที่ใส่ไส้กรอกด้วยเพราะว่าจะได้ไม่ต้องใส่เกลือหรือซอสปรุงรสอีก
ไส้กรอกที่นี่รสชาติเค็มนำ ไม่ได้เค็มธรรมดา เค็มมาก (สำหรับเรา) กินเปล่าๆไม่ได้เลย ต้องเอาไปใส่อย่างอื่น
แล้วไม่ต้องปรุงรสเค็มเพิ่มเลย เพราะใส่ไส้กรอกลงไปก็เค็มทั่วถึงพอดี
มิน่าเวลาเดินๆในซุปเปอร์ ถึงมึผลิตภัณฑ์ที่บอกว่า เกลือน้อย โซเดียมต่ำแทรกเข้ามาให้เห็นในอยู่ไม่น้อย
กินเกลือกันกระหน่ำซัมเมอร์เซลขนาดนี้ กว่าจะรู้ตัว ไม่สายไปหน่อยเหรอพี่
มาถึงตัวซอสกว่าจะตัดสินเลือกซอสได้ก็เล่นเอาตาลาย ยี่ห้อละลานตาไปหมด แล้วแต่ละยี่ห้อก็มีหลายรส หลายแบบเข้าไปอีก
สุดท้ายก็ตัดสินใจหยิบยี่ห้อที่ชอบก่อน คือ Archer Farms เพราะหนึ่งเคยซื้อโยเกิร์ตยี่ห้อนี้แล้วอร่อยเข้มข้นดี
สองเพราะยี่ห้อเนี่ยเค้าออกแบบสวยดี ชอบฉลาก โลโก้ แถมเลือกใช้สีบนแพคฯ ได้น่ารักดี
ตัดสินทุกอย่างจากหน้าตาอีกแล้วกู
และเมื่อเลือกยี่ห้อได้แล้ว ก็ค่อยมาตัดสินใจว่าจะเอารสชาติไหนกันดี สุดท้ายก็หยิบไอ่ขวดนี้มา
เป็นรส Arrabbiata เค้าบอกว่าเป็น Spicy red pepper pasta sauce เลยเดาว่า รสน่าจะจัดจ้านถูกปากกว่า หวังว่านะ


แล้วก็เพราะเครื่องมาผัดให้สุก เติมซอสลงไป แต่ว่าผัดไปผัดมา น้ำจากแครอทกับมะเขือเทศนองเต็มกระทะไปหมด
เราเลยใช้แผนชั่วร้าย ด้วยการแอบเติมแป้งมันละลายน้ำลงไปหน่อยหนึ่ง เพื่อให้น้ำซอสมันดูเข้มข้น ดูมีเนื้อหนังมากกว่าน้ำนองๆ
ซึ่งแน่นอนมันได้ผลอยู่แล้ว เพราะแป้งมันเนี่ย ใครๆ เค้าก็ใช้กัน เวลาอยากให้น้ำผัด หรือ น้ำซอสมันดูข้นๆขึ้นๆ
โดยเฉพาะพวกอาหารจีนเนี่ย กินแล้วฟันธงได้เลยว่า เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ มันใส่แป้งมันแน่นอน ฟันธงเลย


เสร็จแล้วก็โรยหน้าด้วยชีสหน่อยๆ ของเราเป็นมอสซาเรลลา แฮะๆๆ
เพราะเวลากินมันช่วยให้ได้รสเข้มข้น หนึบหนับ เข้ากันกับสปาเกตตี้มากๆ
ยกมากินหน้าทีวี กับชามะนาวเย็นๆ แล้วดูรายการ No Reservations ของ Anthony ไปด้วย
แค่เนี้ยก็เติมความสุขเล็กๆน้อยๆ สำหรับวันอาทิตย์ของเรา เพื่อพร้อมรับมือกับวันจันทร์อันแสนเศร้าได้อย่างเต็มที่

ปล. กินไปจนหมดจาน ถึงมาคิดได้ว่า ลืมใส่ออริกาโน่ ให้มันได้อย่างนี้ซิกู
เฮ้อ… เบื่อตัวเองจริงเล๊ยยยย