Eat-aholic

Test it…Feel it by yourself

ทำน้ำเต้าหู้กินเอง กันยายน 21, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 7:46 pm

ข้อเสียอย่างหนึ่งของการมาใช้ชีวิตอยู่อเมริกาสำหรับเรา คือ หากินเต้าหู้สดๆอร่อยๆยากเหลือเกิน
จริงอยู่ทีมันก็มีขายอยู่บ้างในร้านของคนเอเชีย แต่ราคาก็แพง แล้วรสชาติมันไม่อร่อยอย่างที่ใจต้องการ
โดยเฉพาะยามที่อยากกินน้ำเต้าหู้ร้อนๆ สักแก้ว การจะกินน้ำเต้าหู้ช่างสร้างเรื่องราวให้กับเราไม่น้อย
ทั้งๆที่ตอนนี้คนแถวนี้เค้าก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับอาหารสุขภาพกันเป็นเรื่องราว
เพราะสังเกตตามตู้แช่จะมีน้ำเต้าหู้ หรือนมถั่วเหลือง วางขายอยู่คู่กับนมสด นมพร่องมันเนย นมไร้ไขมัน นมไร้ฮอร์โมน ฯลฯ
นับว่าเป็นปรากฎการณ์ที่ดี สำหรับคนรักถั่วเหลืองอย่างเรา อย่างน้อยก็มีให้กินไม่อดอยากปากแห้งจนเกินไปนัก

สุดท้ายก็สุ่มๆ เลือกเอามาลองกินยี่ห้อหนึ่ง โดยเลือกเอาที่มันไม่หวาน เพราะปกติก็กินน้ำเต้าหู้ไม่หวานอยู่แล้ว
แต่ๆๆๆ พอลองชิมดูแล้วรู้สึกเศร้าใจ มันก็พอกินได้อ่ะนะ แต่ความเป็นถั่วเหลืองมันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้
สงสัยจะทำมาให้พวกมือใหม่หัดกิน อย่างคนแถวนี้ แถมได้กลิ่นนมผงนิดๆด้วยอ่ะ
ที่สำคัญไอ่ขวดเนี่ย ราคา 2.63 เหรียญเชียว คือจะว่าถูกก็ถูกอ่ะ แต่พอกินแล้วคิดน้ำเต้าหู้ถุงละ 5 บาท ในตลาดแถวบ้านซะงั้น

ว่าแล้ว…อาการคันไม้คันมือก็เริ่มขึ้น ทำกินเองดีกว่าเรา ถั่วเหลืองถุงหนึ่งทำได้ตั้งเยอะ ลงทุนซื้อมาถุงหนึ่ง สี่-ห้า เหรียญเอง คุ้มกว่าอีก
ขั้นตอนก็ไม่ยากอะไร เพราะเคยช่วยแม่ทำกินเองอยู่แล้ว ฉะนั้น…ลงมือเลยดีกว่า

เอาถั่วเหลืองที่แช่น้ำไว้แล้วคืนหนึ่ง มาปั่นให้ละเอียด ระหว่างปั่นก็ผสมน้ำต้มสุกเข้าไป
เราอ่ะ ปั่นไม่ระเอียดเท่าไร เพราะเหนื่อยเอาแค่พอเละๆก็พอล่ะ
เสร็จก็เอามาเทใส่ผ้าขาวบาง แล้วบีบคั้นน้ำออกมา ช่วงนี้ก็ทนเมื่อยมือนิดหนึ่ง แต่เพื่อได้น้ำข้นๆ หอมอร่อย เอ้าๆ…ยอมๆ

พอคั้นหมด ก็เอาต้ม แล้วต้องคนไปเรื่อย ๆ เพราะไม่งั้น ถั่วจะตกตะกอนก้นหม้อ แล้วก็จะติดหม้อ และไหม้ ทำให้น้ำมีกลิ่นเหม็นไหม้ไปซะ
เดือดๆ ก็เอามากรองอีกรอบ แล้วต้มต่ออีกหน่อย
แค่เนี้ยยยยยยย ก็ได้น้ำเต้าหู้ข้นๆ เก็บไว้กินได้เป็นอาทิตย์
อยากกินหวานแค่ไหนก็เติมเอาน้ำตาลไปในแก้วเลย กินกันได้ทั้งบ้าน เสียเวลานิดหนึ่ง ทนเมื่อยมือหน่อย
แต่แลกกับน้ำเต้าหู้คุณภาพๆ เรายอมจริงๆ

ส่วนกากเต้าหู้ที่เหลือ จะทิ้งก็ได้ แต่เราไม่
เหอๆๆ เราเอาเก็บไว้ทำทอดมันถั่วเหลืองต่อ อร่อยดีนะ
เอาไปลองทำที่ร้าน (เพราะมันมีเตาdeep fried) กินกับอาจาด แตงกวาดองเคี้ยวเพลินดีเหมือนกัน

ปล.
ตอนนี้ก็เหลือแค่เต้าหู้ ที่ยังทำเองไม่ได้ คือมันจะลำบากไปนิด ซื้อกินเอาก็ด้ายยยยย ไม่พยายามขนาดนั้นหรอก

 

เดินตลาด”วิไล”(The fresh market) กันยายน 17, 2007

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 3:10 am

ปกติเวลาไปเดินซุปเปอร์ฯของที่นี่ก็มีความสุขกับการเดินดูของกิน อันหลากหลาย ละลานตาอยู่แล้ว
แต่วันอาทิตย์นี้เพื่อนพาไปแนะนำกับตลาดใหม่ ใกล้บ้าน บอกว่าน่าเดินและหรูกว่า publix ที่เราไปเดินบ่อยๆเยอะเลย
อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ได้ยินแล้ว ไม่ไปยลได้ยังไง

แล้วไม่ถึงห้านาทีจากบ้าน (ขับรถนะ) ก็มาโผล่ที่ The fresh market ตลาดสดแห่งใหม่สำหรับเรา
โพล่หัวเข้าไปข้างในถึงกับขนลุก (ไม่ได้เวอร์ด้วย) ที่นี่อัดแน่นไปด้วยของกิน ทั้งสด ของแห้ง แบบไร้สินค้าอื่นใด
คือซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป จะมีสิ้นค้าทุกอย่าง ของใช้ สบู่ แชมพู ฯลฯ โน่นนั่นนี่ แล้วก็มีแผนกของกินด้วย
แต่ที่นี่มีแต่ของกิน ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตและไร้ชีวิตที่กินเข้าไปได้เท่านั้น สุดยอดดด
ที่สำคัญบรรยากาศ การตกแต่ง ก็ได้บรรยากาศแบบตลาดสด ออกดิบนิดๆ แต่สวยหรู ดูวิไลมากๆ ไม่รู้ทำได้ยังไง
ความรู้สึกแรกที่แว๊บเข้ามาคือ ที่นี่ช่างวิไลจริงๆ
เราเลยขอตั้งชื่อให้ตลาดสดสุดหรูนี่ว่า “ตลาดวิไล” 555

inspirations_mainphoto.gif

re.jpg

ตลาดวิไล เป็นแหล่งรวบรวมของกินระดับคุณภาพ หรือที่เค้าเรียกกันว่า พรีเมี่ยม อะไรประมาณนั้นแหละ
ซึ่งแน่นอนว่าราคาจะสูงกว่าทั่วไปเล็กน้อยถึงปานกลาง คือประมาณ 20-40 เปอร์เซ็นต์
ก็นะของดี คุณภาพเยี่ยม แต่ราคาถูก มันก็คงหาได้ยากพอกับ ผู้ชายหน้าตาดี นิสัยดี ที่ไร้พันธะ และไม่เป็นเกย์นั่นแหละ

ที่นีเราเจอของกินยี่ห้อแปลกๆ ที่ไม่เคยเห็นตามซุปเปอร์อื่นๆ แต่หน้าตาดูดี มีชาติตระกูล (แน่นอนแพงกว่า)
ได้แต่เล็งๆไว้ก่อน เพราะยังไม่รู้ว่าจะขนซื้อไปเก็บไว้ทำซากอะไร จะทำอะไรกินบ้างก็ยังไม่รู้
เดินไปก็คิดถึงแม็กกาซีนอาหารที่เพิ่งได้มาชื่อ fresh รู้สึกหนังสือกับสไตล์ของที่มันใกล้ๆกันยังไงก็ยังไงก็ไม่รู้
น่าจะคิดไปเอง เดี๋ยวไปหาข้อมูลก่อนว่า เค้าเป็นญาติฝ่ายไหนของกันหรือเปล่า

ตลาดวิไล ยังเป็นตลาดที่พวกคนแข่ง top chep มาซื้อของสดไปทำกับข้าวแข่งกันในรายการด้วยนะ ว่าไม่ได้จริงๆ
แต่อันที่เรียกเสียงฮือฮาคือ แผนกเบเกอรี่ (อีกแล้วววว) ขนมปังล้านกว่าชนิดได้(หารหมื่นนะ555) อบสดๆ หอมตลบไปทั่ว
เดินไปเกาะตูกระจก เห็นเค้กหน้าตาดี เรียงอยู่เต็ม ล้วนแต่….เฮ้อออ อยู่ไม่ได้แล้วกู…หมดตัวแน่ๆ
รีบเดินหนีออกมา แต่ก็ไม่วายหนีบ บิสกอตติ ถุงเล็กๆ มาด้วยถุงหนึ่ง เอาไว้กินกับกาแฟตอนเช้า
สี่ชิ้น พองาม ราคา 1.68 กรี๊ดดดด…ถึงว่าไม่แพงมากนัก คิดแล้ว ยังถูกกว่าที่ขายในสตาร์บัคด้วยซ้ำไป

เพื่อนบอกว่า ไก่อบที่นี่ อร่อยสุดๆ เดินไปดูแล้ว เกิดอาการหิวขึ้นมากระทันหัน
ชี้ชวนกันไปมา สุดท้ายได้ไก่อบติดมาหนึ่งตัว (จริงๆ เพื่อนมันก็ตั้งใจไปซื้อไก่อบที่นี่มากินนั่นแหละ)
แต่ชิมแล้วแอบคิดถึงไก่ย่างห้าดาวบ้านเราขึ้นมาซะอย่างนั้น จะบอกยังไงดีล่ะ
ไก่อบ หรือไก่ย่าง บ้านเรา รสชาติถึงใจ หอมนุ่มอร่อยกว่าไก่อบที่นี่เยอะเลย ที่สำคัญถูกกว่าด้วย
แอบเศร้าไปเล็กน้อยกับรสชาติ เนื้ออ่ะ นุ่มดี แต่รสชาติไม่เข้าเนื้อเลย ไม่รู้คุ้มค่าตัวเกือบแปดเหรียญหรือเปล่า
แต่ก็นะ ยังไงเราก็ซื้อของสดกลับมาทำกินเองที่บ้านอยู่แล้ว คะแนนความนิยมของตลาดวิไล เลยไม่ตกลงเท่าไร

ระหว่างที่เดินไป แอบสังเกตว่า นอกจากของกินที่หน้าตาดีแล้ว พนักงานที่ตลาดวิไล ก็ล้วนแต่วิไลไม่น้อยหน้าตลาดเลย
ไล่ตั้งแต่แคชเชียร์จนถึงคนย่างไก่ คัดมาแล้วจริงๆ เรียกว่าได้ทั้งอาหารปาก อาหารตา ไปพร้อมกัน อิอิอิ (เชี่ยจริงๆเลยกู)

ปล.
เนื่องจากไม่สามารถถ่ายรูปมาได้
เลยไปขอยืมมาจากwebของเค้ามา
ส่วนไก่…กว่าจะคิดได้ว่าควรจะถ่ายรูปซะหน่อย
ก็หมด…ซะแล้ววววววว
แฮะๆๆ