ตอนนี้กินอะไรไม่ลง
ห่าลงประเทศ..เหี้ยชูคอล่องลอยเกลื่อน
ขอหยาบคาย แต่หาคำอื่นมาแทนไม่ได้แล้ว
เฮ้อออออ
ตอนนี้กินอะไรไม่ลง
ห่าลงประเทศ..เหี้ยชูคอล่องลอยเกลื่อน
ขอหยาบคาย แต่หาคำอื่นมาแทนไม่ได้แล้ว
เฮ้อออออ
กะว่าจะค่อยๆเขียนที่ละร้านจนกว่าจะจบทริป แต่สุดท้ายก็หายหัวไปนานโคตร
หนึ่ง…มีเรื่องต้องสะสางมากมาย
สอง…เรื่องข้อที่หนึ่งมากมาย และกินเวลาชีวิตที่เหลือไปจนหมด
เออ..ก็อ้างไปเรื่อย แท้ที่จริงเพราะติด “จำเลยรัก” งอมแงม อาการติดที่ว่า ไม่ได้จบแค่การหาโหลดละครมาดูเกาะติดทันควันเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงอาการตกหลุมรัก “นายหัวฯ” เข้าเต็มเหนี่ยว ไม่ได้หลงรักพระเอกละครมานานมากแล้ว เกือบสิบปีแล้วมั้ง..555
หายใจเข้าออกเป็น อั้ม อธิชาติ ตลอดเวลา วันๆ หาแต่รูป ไม่ก็คลิปของ “นายหัวฯ” มาดูอยู่นั่นแหละ
ดูแล้วก็กรี๊ดดดดดด นั่งยิ้มอยู่คนเดียว……………น่ากลัวจริงๆ
แต่ก็เป็นความบ้า ที่สร้างความสุขเล็กๆน้อยๆให้กับชีวิตได้ดีเหมือนกัน แม้จะไม่เท่าการกิน ก็เถอะนะ
ได้ข่าวแว่วๆว่า มีชาวบ้านแอบจิกด่า หาว่าเรา บ้าผู้ชาย….(เออ..ถ้าเค้าเป็นผู้ชายก็ดีซิ ชั้นจะได้ไม่เซ็งแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้)
เอาเถอะจันทร์หน้าก็จะอวสานแล้ว ตอนนี้ก็ทำได้แค่…ทำใจ ยอมรับว่า มันเป็นละครเท่านั้น คุณหฤทธ์ ก็แค่ตัวละครตัวหนึ่ง
(แม้จะน่ารักแค่ไหนก็เถอะ) ฉะนั้นกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้แล้ว
กลับมาที่ทัวร์กินที่นิวยอร์กของเราต่อ ค้างอีกตั้งสามร้านเชียว ว่าแล้วก็เลยฉายหนังควบซะเลย 3 เรื่อง..กระหน่ำไปเลยทีเดียวจบ
เริ่มที่ “จีน” เป้าหมายคือ China Town ตอนแรกเพื่อนจะพาไปกินติ่มซำร้านดังอย่าง jing fong restaurant
แต่พอไปถึงถอยกลับออกมาแทบไม่ทัน เพราะมีฝูงชนกลุ่มใหญ่ นองกันอยู่หน้าร้าน น่ากลัวว่ากว่าจะได้กินคงค่ำพอดี หนีดีกว่า
เดินไปเดินมาก็มาสะดุดตากับร้าน Great NY Noodle Town เปิดดูหนังสือคู่มือกิน เค้าบอกว่า แนะนำๆ อร่อยและถูก
เออ น่าลอง..ว่าแล้วเราสองคนก็เดินเข้าไปนั่ง แล้วสั่งอาหารมากินอย่างบ้าคลั่ง แบบลืมตัวว่า ปริมาณต่อหนึ่งจาน จริงๆกินได้ถึงสองคน
แต่เราสั่งไป สามอย่าง ทั้ง เกี๊ยวกุ้ง ข้าวหน้าหมูแดงอบ ราดหน้าทะเล..แถมยังจะสาระแน เอา Roll มากินอีกจานด้วย
ตอนสั่งก็ไม่ยั้งคิด รู้ตัวอีกที ก็มีสายตาของพนักงานเสิร์ฟในร้านยืนมองและเม้าท์เราแบบขำๆ ประหนึ่งว่า ดูซิ มันจะกินหมดมั้ย
พออาหารร่อนมาลงตรงหน้าเท่านั้นแหละ ……พระเจ้า..ซวยแล้วกู
จานใหญ่มาก มากจริงๆ ไม่เชื่อดูจากรูปได้
จริงๆแค่ เกี๊ยวกุ้ง กะละมังเดียวก็อยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ต้องถามว่าที่เหลือจะเป็นยังไง แต่เพื่อนเราสามารถ มันยัดเข้าไปเกือบหมด..
ไม่ใช่อะไรหรอก มันมีแววตาดูถูก แกมหมิ่นๆ จากคนในร้าน…ว่าเราสองคนจะกินไม่หมดแน่ๆ
สุดท้ายทุกอย่างบนโต๊ะ ก็หายวับไปอยู่ในท้องเรา และเพื่อนจนได้..แม้จะไม่หมดเกลี้ยงแต่ไม่เสียหน้าก็แล้วกันล่ะ
ฉะนั้น..ไม่ต้องมาถามเรื่องรสชาติ มันก็อร่อยอยู่แหละ โดยเฉพาะหมูแดงอบ เนื้อนุ่มหอมดีเหมือนกัน
แต่ที่กินไปทั้งหมด เพราะศักดิ์ศรีมันค้ำคอ มากกว่าเพราะความอร่อย
ฉะนั้นกว่าเราจะเริ่มหิวอีกทีก็ค่ำมืดพอดี…เพื่อนมันลากไปกินร้านสัญชาติที่สอง มันว่าอร่อยมาก เป็นอาหาร “คิวบา”
แต่ขอโทษนะที่จำรายละเอียดอะไรของร้านนี้ไม่ได้เลย เพราะเกิดอาการไม่ชอบรสชาติอาหารอย่างรุนแรง แบบไม่เคยเป็นมาก่อน
ทำให้ดินเนอร์ในบรรยากาศสุดหรู ใต้แสงเทียนสลัวในร้าน…ง่อยไปไปทันที
ดีนะว่า เพื่อนมันชอบกินไอ่ปลากระพงหวานๆในจานให้จนหมด ไม่เหลือซาก (มันอีกแล้ว) เลยไม่รู้สึกเสียดายตังค์เท่าไร
ตอนออกมาจากร้านพยายามทำใจว่า..สงสัยสั่งเมนูที่พอดีรสชาติไม่ถูกปากเราเอง..จริงๆเค้าก็คงจะอร่อยแบบที่เพื่อนมันบอกก็ได้
มาถึงชนชาติสุดท้ายเป็นมื้อสายก่อนขึ้นเครื่อง..เราวางแผนแวะไปชิมร้านอินเดีย แถวๆควีน ใกล้บ้านเพื่อนเรา ง่ายต่อการเดินทางดี
ร้านที่ว่าชื่อ Jackson Diner เราไปกินมื้อกลางวัน เลยได้เจอกับ buffet พอดี แจ่มไปเลย
รสชาติอาหารอร่อยใช้ได้เลยแหละ แต่ที่ถูกใจคือ โยเกิร์ตปั่น หรือที่เค้าเรียก ราซซี่ ของอินเดีย เป็นน้ำปั่นที่เราชอบมาก
ตอนอยู่เมืองไทย ต้องไปหากินที่ตรอกพาหุรัด มีร้านหนึ่งทำอร่อยมาก แต่ของร้านนี้ก็รสชาติเข้มข้นถูกใจดี
จบทริปกินแหลกที่อินเดีย นี่แหละ จริงๆ แอบไปฝากท้องไว้อีกหลายที่ อย่าง whole food ก็ไปกินอยู่หลายมื้อ
เพราะง่าย สะดวก และถูกดี อร่อยด้วย แต่ก็นะ มันไม่ได้แจ่มจรัสอะไรมาก ก็บ้านๆทั่วไป
ก็เลยรวบรัด กระชับฉับไว จบที่ร้านอินเดียก็แล้วกัน 5555
ช่วงนี้กำลังบ้ากิน อั้ม อธิชาติ เป็นอาหารตาอยู่ อาหารปากเลยถูกลดความสำคัญลงไปทันที
เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะทำให้กินโน่นกินนี่น้อยลงมาก สามารถดูละครเรื่องเก่าๆของอั้มอย่าง ร่ายริษยา ได้ทั้งวัน
ตั้งแต่ สิบเอ็ดโมงเช้า ยันเที่ยงคืน โดยกินแค่ส้มไปลูกเดียวเท่านั้น………..
เฮ้อออออ….. กลัวตัวเองจัง