Eat-aholic

Test it…Feel it by yourself

เกลียดตัว กินไข่ … เมษายน 21, 2008

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 6:23 am

กะว่าจะเขียนถึงอาหารของชนชาตินี้มาตั้งนานแล้ว แต่ก็ได้แค่จะ จะ และ จะ อยู่นั่นแหละ วันนี้ได้โอกาสลงมือซะที
ชนชาติที่ว่า คือ อาหารอินเดีย..หรือจะเรียกแบบชินปาก ก็อาหารแขกนั่นเอง

อย่างที่พาดหัวไว้ ความหมายก็น่าจะได้ใจความชัดเจนอยู่ จะว่าไปเราก็ไม่ได้ถึงขั้นเกลียดคนชนชาตินี้หรอกนะ
เพียงแต่ออกอาการรำคาญนิดๆ หงุดหงิดหน่อยๆ กับนิสัยบางประการ ที่ไม่ขอเอ่ยถึง ณ ตรงนี้
ยิ่งมาอยู่ที่นี่ ต้องเจอกับลูกค้าชนชาตินี้บ่อยๆ อาการหงุดหงิด มันเลยรุนแรงขึ้นไปตามสิ่งที่ได้ประสบพบเจออยู่ทุกวัน
แต่จะว่าไปอาหารของไทยเรา ก็ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารอินเดียเต็มๆเลยล่ะ ไหนจะเครื่องเทศ แล้วยังจะพวกแกงกะทิอีก
ฉะนั้น อาหารอินเดีย เลยเป็นอาหารที่คนไทย(อย่างเรา) จะถูกปากง่ายกว่า อาหารชนชาติอื่นๆ

เราเริ่มกินอาหารอินเดียอย่างเป็นจริงเป็นจัง ก็ตอนไปถ่ายรายการที่ศรีลังกา นั่นแหละ แรกๆก็เลือกกินเฉพาะที่คุ้นตาหน่อย
แต่พอเริ่มมื้อที่สาม..ชักเริ่มสนุกกับการลองของใหม่ กินมันทุกอย่างที่มีให้เลือกบนโต๊ะ
ลามปามกลายเป็นออกไปเดินหากินเองตามตลาดศรีลังกา..แบบไม่เกรงกลัวอะไรใดๆ อีกต่อไป
จริงๆ อาหารศรีลังกา ออกจะต่างจาก อาหารอินเดียนิดหน่อย (จากข้อมูลที่อ่านและฟังมา)
แต่ชัดๆ ก็น่าจะเป็นที่พวกเครื่องเทศ ที่รสชาติและกลิ่นไม่รุนแรงเท่า เบาบางกว่า เราว่าคล้ายแกงบ้างเรามากกว่าอินเดียซะอีก
ที่สำคัญเค้าใช้โยเกิร์ตในการทำอาหาร พอๆกับกะทิ ซึ่งโดนใจเราอย่างรุนแรง เพราะมันทำให้รสชาติอาหารนุ่มนวลขึ้นจริงๆ
กลายเป็นว่า หลงรักโยเกิร์ตศรีลังกาแบบถอนตัวไม่ขึ้น กินทุกวัน ทุกมื้อ ตลอดหกวันที่ไปเลยทีเดียว (กลับมาน้ำหนักขึ้น..เหอๆ)
เพราะโยเกิร์ตเค้าทำให้หม้อดิน ทำให้เนื้อหอมกลิ่นหม้อดินติดมาด้วย บางคนอาจจะไม่ชอบ แต่เราว่ามันหอมดี
ความลับแห่งความอร่อยของโยเกิร์ตศรีลังกาอีกอย่างหนึ่งก็คือ มันทำมาจาก นมควายล่ะ 5555
เสียดายว่า ถ่ายรูปเอาไว้เยอะมาก แต่ไม่ได้ติดมาที่นี่ด้วย
ถึงแม้จะไม่มีรูป แต่ภาพความทรงจำเกี่ยวกับประเทศศรีลังกา และอาหารของเรา ยังประทับใจมาจนถึงวันนี้
อ้อ…นอกจากอาหาร ชาศรีลังกาเนี่ย ก็สุดยอดดดดด เช่นกัน

ที่บ้านเรามีร้านอาหารศรีลังกาอยู่ร้านหนึ่ง จริงๆ ต้องพูดว่า มีอยู่ร้านเดียวต่างหาก กลับมาก็เคยไปกินมาครั้งหนึ่ง อร่อยดี
ชื่อร้าน Ayubowan (เป็นคำทักทาย แบบ “สวัสดี” บ้านเรา) อยู่ สุขุมวิท ซอย 8 ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังอยู่หรือเปล่า

ปัญหาในการกินอาหารของชนชาตินี้ของเราคือ ไม่เคยจำชื่ออาหารแกงสารพัดชนิดของเค้าได้ซะที อาศัยจำจะหน้าตาเอา
จำได้แค่ชื่อหลักๆ อย่าง แป้งนาน ไก่ย่างหม้อดิน tandoori chicken แล้วก็จำก็ ราซซี่ (โยเกิร์ตปั่น) แค่นี่จริงๆ

แถวๆที่เราอยู่มีร้านอินเดียอยู่ 3-4 ร้านให้เลือกชิม รสชาติก็โอเค แต่ยังชิมไม่ครบทุกร้านเลย
สงสัยว่าต้องไปศึกษาเรื่องชื่ออาหารที่ร้านเค้าบ่อยๆ ซะแล้ว จะได้เรียกชื่อถูกซะที
เหอๆๆ หาเรื่อง ตลก….อีกแล้วเรา

 

หน้าตาดี..แต่ไม่ผ่านQC เมษายน 18, 2008

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 2:55 pm

มานั่งๆดูรูปอาหารที่ถ่ายเอาไว้ พบว่ามีหลายอย่างที่เราถ่ายเอาไว้ แต่ไม่ได้เอามาเขียนลง blog
เพราะว่าหนึ่ง มันเฉยๆ กินบ่อยๆ เรื่อยๆ ก็เลยไม่รู้จะเอามาเขียนเพื่ออะไร ต้องมีประเด็นถึงจะนึกขยันอยากเขียน
สอง..รสชาติไม่ผ่านมาตราฐาน(ของเราเอง) ประมาณว่า หน้าตาดี แต่นิสัยไม่ผ่าน เหอๆๆ

เริ่มจาก ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่
มันเริ่มมาจากความอยากกินมาก เลยพุ่งไปคุ้ยหาเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ร้านจีน พบว่าเส้นใหญ่ที่มีส่วนใหญ่เป็นแบบแห้ง
แล้วเส้นแห้งเนี่ย ถ้าผัดซี้อิ้ว ก็พอทำได้ แต่คั่วไก่ ต้องเส้นสดเท่านั้นถึงจะใช้ได้ หั่นไปเจอเส้นใหญ่สด แบบไม่ได้ตัด
เป็นpack เล็กๆ ในราคาไม่เล็ก เกือบสี่เหรียญได้…เอาวะ ลองดู ส่วนหมึกกรอบนั่นไม่ต้องพูดถึง
ขนาดเส้นยังต้องหา…ถ้าหมึกกรอบหาง่ายกว่าเนี่ย มีเคืองๆๆ
แต่ปรากฏว่า ผัดออกมาแล้ว มันไม่ได้อย่างที่คิดไว้ เส้นสดที่ได้มาไม่เหมาะจะเอามาผัด เพราะมันเละมาก
มารู้ทีหลังว่า มันเป็นเส้นจีน ที่เค้าเอาไปทำพวกก๋วยเตี๋ยวหลอด ห่อๆ นึ่งๆ น้านนนนนนนนนน กูจะรู้มั้ย
คั่วไก่ที่ใจอยาก…เลยออกมาอย่างที่เห็น ง่อยๆเลย
(จริงๆ ทำเป็นโทษเส้นไปงั้นแหละ…..คงเพราะคนทำมันไม่ได้เรื่องเองต่างหาก)

อีกจานเป็น ยำแอ๊ปเปิ้ลเขียว ที่หน้าตาดี สวยงาม แต่รสชาติไม่ได้เรื่อง
สาเหตุ….เพราะเราเอง แฮะๆๆ
ตอนทำไม่ชิมน้ำยำเลย มั่นใจไร้สติ…มันออกมาเปรี้ยวมาก กินแล้วรู้สึกเสียดายแอ๊ปเปิ้ล
เพราะกินเปล่าๆ อร่อยกว่าเยอะเลย

เฮ้อออ..ก็ต้องกลำกลืนกินมันไป สงสารตัวเองจัง (ทำเอง ก็ต้องรับกรรมไป)

ปล.
รู้สึกเคืองหน่วยงานที่ทำเรื่องสนับสนุนการส่งออกของไทยจัง ทำไมผลิตภัณฑ์ไทย ถึงโดนเวียดนามแซงหน้าขนาดนี้
จะว่าเราอยู่เมืองเล็กก็น่าจะใช่…มีแต่ของเวียดนาม..ข้าวอินเดีย (ที่ไม่รู้ซื้อของไทยมาติดยี่ห้อตัวเองหรือเปล่าด้วย)
เห็นแล้วหงุดหงิด…คือของไทยมันก็มีแต่สัดส่วนในตลาดมันน้อยเหลือเกิน ทั้งที่ผลิตภัณฑ์เดียวกันแท้ๆ
ขอระบายหน่อย

 

ข้าว..ซอย(ตัน) เมษายน 10, 2008

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 7:34 am

ไม่ได้เกิดอารมณ์คิดถึงบ้านใดๆ แค่เดินไปสะดุดตาเข้ากับเส้นบะหมี่แบนๆ แบบในรูปก็เลยนึกถึง ข้าวซอยขึ้นมา
บวกกับเพิ่งได้อ่านบ้านคุณแตะฯ ก็เลยตัดสินใจ…เอาล่ะ
ทำ “ข้าวซอย” กินกันดีกว่า

เริ่มต้นด้วยความอยาก ทั้งๆ ที่รู้ว่าเครื่องปรุงที่จะเอามาทำให้น้ำข้าวซอยอร่อยนั้น..มันหาได้ยากเย็นขนาดไหน
แต่ความดันทุรังสูงของเรา ทำให้บอกตัวเองในใจว่า…ไม่รู้แหละ ลองดูก่อนแล้วกัน
ตามสูตรที่เคยๆ ทำกินตอนอยู่บ้านเรา..ชั้นก็อาศัยมั่วๆ กะเอา ไปตามเรื่องตามราว แต่ออกมาก็ไม่เลวร้ายนักหนา
แบบพอกินได้ ดีกว่าไม่มีกิน..ฉะนั้นจะมามั่วที่เมืองนอกอีกซักที จะเป็นไรไปเชียว
ว่าแล้วเริ่มเลย

เอาเส้นที่ซื้อมา ลวกน้ำเดือด นุ่มแล้วเอามาแช่น้ำเย็น สะเด็ดน้ำไว้ (อันนี้ไม่ได้ลวกเองเพราะพี่ที่ร้านช่วยทำ สองแรงแข็งขัน)
ส่วนเรา..ก็มาวุ่นวายกะน้ำข้าวซอย คือตามสูตรเนี่ย เครื่องแกงมันก็มีประมาณนี้

พริกแดงแห้งลูกใหญ่ ……ไม่มี เจอแต่พริกแห้งลูกเล็ก..ก็โอเค พริกแดงเหมือนกัน
หอมแดงลูกเล็ก……..ไม่มีเช่นกัน เห็นก็แค่หอมแดงลูกใหญ่แบบหอมแขก อ่ะเอาก็เอา
ขิงสด…………อันนี้มี..ดีใจจัง
ขมิ้นสด………เออ…คงจะมีหรอกนะ…หยิบมาได้แค่ขมิ้นผงก็บุญแล้ว
รากผักชี…….คือว่า ผักชีน่ะ มี แต่มันไม่ขายทั้งรากแบบบ้านเรา มันตัดทิ้งไปแล้ว สงสัยกลัวเราเอาไปปลูกต่อหรือไงไม่รู้

สุดท้ายตัดสินใจเอาตัดเอาโคนๆ ต้นผักชีมาลองใช้ ได้แต่หวังว่ามันจะช่วยได้บ้าง หั่นแล้วโยนใส่ครกตำให้แหลกละเอียด
ที่เหลือ จับเอาไปคั่วให้หอมๆ แล้วเอามาตำให้แหลกละเอียดเช่นกัน ก็จะได้เครื่องน้ำพริก ใส่เตรียมไว้
เสร็จแล้วเอาหม้อตั้งไฟ ใส่น้ำซุปไก่ ใส่หางกระทิ ต้มพอเดือด ใส่เนื้อไก่ หรือน่องไก่ก็ได้ แล้วแต่ชอบ
ถ้ามีเวลาแนะนำให้เอาไก่หรือน่อง ไปหมักนมสด ก่อนซักสองชั่วโมงค่อยเอามาต้มกับกระทิ เนื้อจะได้นุ่มๆ

ใส่ไก่แล้วก็ทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ หันตั้งมากระทะ ใส่หัวกระทิลงเคี่ยวไฟอย่าแรง พอให้แตกมัน แล้วใส่น้ำพริกลงผัด
คลุกๆ ให้น้ำพริกหอมๆ แล้วค่อยตักน้ำพริกที่ผัดแล้วใส่หม้อที่ต้มไก่ไว้..คนๆให้น้ำพริกละลายไม่เป็นก่อน ตั้งไฟต่อ
ที่นี้ก็เติมเติมกระทิได้ตามชอบใจ แล้วแต่ว่าใจถึงแค่ไหน กลัวอ้วน กลัวเลี่ยน ก็ไม่ต้องใส่เยอะ
แต่ไม่กลัวอะไรทั้งนั้นอย่างเรา…ใส่ไปเต็มที่ น้ำแกงจะข้นคลั่ก..น่ากินและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
จากนั้นปรุงรสด้วย ซีอิ้วขาว ซีอิ้วดำหวาน (นิดหน่อยพอให้มีสีสัน) ชิมดูถ้ารสชาติถูกใจแล้ว ก็ตั้งไฟอ่อนเคี่ยวต่อ

ส่วนเครื่องเคียง ก็เอาเส้นหมี่เหลืองไปทอดกรอบ ไว้โรยหน้า ผักกาดดองหั่น หอมแดงหั่น ไว้โรยหน้าเช่นกัน
อยากเผ็ดๆ ก็เอาพริกแดงป่นไปคั่วน้ำมัน ใช้ไฟอ่อนมาก ระวังอย่าให้พริกไหม้..(เหมือนเรา 555) มันจะขมมาก

เสร็จแล้ว..เหมือนง่าย แต่ไม่ง่ายน่ะ กว่าเสร็จเล่นเอาเหนื่อย ตัวเหม็น หัวฟู…แต่สนุกชะมัด
ตักเส้นใส่ชาม ราดน้ำ โรยหมี่กรอก ใส่เครื่องต่างๆนานา ลงไป เหยาะหน้าด้วยกระทิเล็กน้อย พอสวยงาม

วันนี้ได้เหยื่อเป็นสมาชิกที่เหลืออีก 5 ชีวิต รวมถึงเจ้าของร้านอีกสองคน รวมเป็น 7 ชีวิต น่าสงสารจริงๆ
ความสนุกของการทำอาหารมันอยู่ที่ตอนมีคนมากินเยอะๆ นี่แหละ ลุ้นว่าเค้ากินแล้วจะว่ายังไงกัน
ได้ยินเสียงแว่วๆ..ลอยมาว่า อ่ะ ก็โอเค ดีกว่าไม่มีอะไรกิน………………..5555
บ้างก็ว่า..มันเป็น ข้าวซอยเนี่ย เป็นซอยตัน เพราะไม่มีทางออก (ถูกบังคับให้กิน) แต่ก็หมดหม้อนะ ว่าไม่ได้

เออ…ระหว่างที่กินกันอยู่นั่น
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด (เสียงดิชั้นเอง)
ชั้นลืม “มะนาว” ……………….(ไอ่อันที่หั่นๆ เอามาบีบใส่ตอนกินอ่ะแหละ)
ก็ว่าขาดอะไร ..ให้มันอย่างนี้ซิกู
เบื่อตัวเองจัง


ปล.ฝากเชียร์ พ่อหนุ่มคนนี้ด้วย เค้าเลือกร้องเพลงที่เราชอบตลอดเวลา เหมือนรู้ใจกัน อิอิ
ทั้งเสียง ทั้งหน้าตา มันลงได้ไปหมดทุกอย่าง…กรี๊ดๆๆ
ถึงจะมีเมียแล้วก็เถอะ แต่ชั้นก็ยังรักเค้า….กรี๊ดๆๆ (อีกที)