Eat-aholic

Test it…Feel it by yourself

กินเส้น(อีกแล้ว) & ดูน้ำตกที่brooklyn bridge มิถุนายน 27, 2008

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 5:46 am

สองเรื่องควบก็แล้วกัน ไม่รู้จะเขียนแยกกันทำไม เริ่มที่เรื่องกินก่อน หลังจากพักการกินราเมนไปสามวัน (นานมากกก)
เราก็ลากเพื่อนเจ้าเก่าคนเดิมไปกินราเมนกันอีก…สงสารมันจัง แต่ก็ดูจากสีหน้าของมันแล้ว มันก็ดูมีความสุขดีนะ (คิดไปเอง)
แน่นอนไปโผล่แถว St.mark เหมือนเดิม ช่วยไม่ได้ที่ต้องเป็นแถวนี้ ก็ไอ่ถนนสายสั้นเนี้ย มันอัดแน่นไปด้วยร้านญี่ปุ่นเด็ดๆไง

เราเลือกไปกินที่ร้าน go restaurant เพราะอยากไปกิน miso ramen เปลี่ยนรสชาติดูบ้าง ดูซิว่าน้ำข้นจะอร่อยกว่ามั้ย
อย่างคราวก่อนที่กิน Shio ramen เนี่ย มันออกเค็มๆ คือ shio หมายถึง เกลือ รสเลยออกไปทางเค็มนำหน้า
แต่ใช่ว่า miso จะไม่เค็มนะ ไอ่ถั่วหมักเนี่ย มันก็เค็มอยู่ แต่เค็มของญี่ปุ่นเนี่ย มันมีระดับอยู่เยอะ เรียกว่ามหาศาลอ่ะ
ฉะนั้น มันต้องต่างกันอย่างแน่นอน ว่าแล้ว ก็สั่ง miso ramen มาชิมซะเลย

miso ของเจ้านี้เค้าเป็นแบบ supporo เมืองที่เป็น mecca of ramen อ่ะนะ เค้าว่ากันอย่างนั้น
ฉะนั้นเรื่องราเมนของเค้าน่าจะไว้ใจได้ ดูจากน้ำข้นๆที่ใส่มาเต็มชาม มีงาป่นมาด้วย เลยยิ่งดูข้นแบบมีเนื้อหนัง
บวกกับได้ความหวานของข้าวโพดที่ใส่มา เลยช่วยให้น้ำซุปของเค้าทั้งหอมและหวานจริงๆ อร่อยมากกกกกกกก
อืม เราชอบแบบ miso มากกว่า shio ซะแล้วล่ะ เพราะมันได้ใจดี เส้นก็นุ่มๆเหนียวๆ ใช้ได้เลย
แต่กินๆไปดั๊น คิดถึงบะหมี่ส.รุ่งเรือง (หรือ รุ่งโรจน์ ไม่รู้จำไม่ได้มีสองร้านติดกัน) ในตลาดนางเลิ้ง ขึ้นมาซะงั้น
ก็เส้นบะหมี่ของเค้าอร่อยที่สุดเลยอ่ะ ว่าแล้วก็อยากกิน
อ้อ….ค่าตัว miso ramen จานนี้อยู่ที่ 8.50 ก็โอนะ ราคากลางๆ ประมาณนี้เกือบทุกร้านแหละ
ส่วนไอ่เพื่อนเรา มันก็สั่งข้าวแกงกะหรี่มากินกันตาย คือมันกินราเมนแล้วไม่อิ่ม ก็เลยต้องกินข้าวแกงกะหรี่หน้ากุ้งทอด
ออกมาหน้าตาดีใช้ได้เลยน่ะ น้ำแกงก็อร่อย ให้มาเยอะเชียว แต่กุ้งทอดอ่ะ นอนนิ่งๆ มาแค่สองตัวเอง

ส่วนเมื่อหัวค่ำที่ผ่านมาไม่ได้กินอะไรเลย นอกจากเท Dr.pepper (diet นะยะ) ลงท้องไปครึ่งขวด ที่เหลือเดินมันอย่างเดียว
ไปเที่ยวดูน้ำตกกลางเมืองมา เพิ่งเปิดวันนี้วันแรก รอมาหลายอาทิตย์แล้ว เปิดปุ๊บดิชั้นก็วิ่งหน้าตั้งไปเจิมเป็นพิธีซะเลย

น้ำตกที่ว่า เป็นน้ำตกเทียม เรียกซะ เป็นน้ำตาเทียมเลยกู เออ…เค้าใช้คำว่า monumental waterfall installations
ไม่รู้ล่ะ จะน้ำตกเทียม หรือ น้ำตกจำลอง ก็ว่ากันไป แต่มันก็คือ น้ำที่ตกลงมาจากที่สูงอ่ะ สูงมากๆซะด้วย
เค้าสร้างไว้ทั้งหมด 4 ที่ มีที่ใต้สะพาน brooklyn ส่วนก็อีกสามกัน ก็ริมน้ำถัดๆกันไปนั่นแหละ มองก็เห็นกันอยู่ริบๆ
แต่จะให้เห็นทั้งหมดก็ต้องเดินขึ้นไปดูบนสะพาน แต่ก็จะไม่เห็นอันใต้สะพานนะ 555 เลือกเอาเอง

แต่คนอย่างเรา ไม่เลือก เพราะจะเอาทุกอย่าง ดิชั้นดูข้างล่างแล้ว ก็เดินขึ้นไปดูบนสะพานด้วย เอากะมันซิ
ประเด็นคือ ยืนดูริมฝั่งไม่สวยอย่างที่ใจคิด เลยไปมันทุกมุมที่ไปได้ซะเลย ยกเว้นนั่งเรือดูอ่ะนะ (งกน่ะ ชั้นจะดูฟรีเท่านั้น)
หลังจากวิ่งดูมันทั้งมุมเสยก็แล้ว มุมกดก็แล้ว มุมสูงก็แล้ว เออ..มันก็ยัง……..ดูรูปเองก็แล้วกัน

ไม่ได้ถ่ายแบบสร้างภาพมาด้วยนะ เอาจริงจัง เหมือนตาเห็นมาเลย เพราะใน webเค้าทำแบบสร้างภาพมากๆ
สร้างไว้ซะสวย ทำเอาเราคาดหวังกะมันไว้อย่างแรง ไม่เชื่อเข้าไปดู ที่นี่ www.nycwaterfalls.org
แต่ก็ไม่อยากไปว่าเค้าน่ะ เค้าอุตส่าห์ทำมาให้ชาวเมืองนิวยอร์คได้มีน้ำตกใหญ่ไว้ดูกันเพลินๆ ก็หมดไปหลายอยู่
แถมอีตา Olafur Eliasson ศิลปินคนสร้างเนี่ย ก็ดังอยู่ไม่เล่น งานเค้าเยอะมากๆ แล้วก็เด็ดๆ ทั้งนั้น จริงๆก็ไม่ได้รู้จักอะไรเค้ามากมายหรอก
แต่เพราะว่าเราเคยดูงานของเค้าที่ชื่อ weather Project ตอนปี 2003 ใน Tate modern london มาก่อน เลยคุ้นๆหู
ไม่น่าเชื่อว่า จะได้ดูผลงานของอีตาคนนี้ที่ New York อีกแล้ว ตามหลอกมาหลอนชั้นจริงๆ เล๊ย
(แหม ได้ดูงานเค้า เป็นบุญตาของหล่อนมากกว่านะยะ ทำเป็นมาพูดท่าโน้นท่านี้ น่าหมั่นไส้จริงๆ)

หงุดหงิดใจเลยหันไปนั่งเรือข้ามฟาก ไปเดินเล่นที่ ikea สาขาใหม่ แถว red hook, brooklyn
555 แน่นอน เค้าใจดีจัดเรือให้ลูกค้า ikea นั่งเรือไป Freeeeeeeeeeeee!!!! แต่ไปเสียตังค์ที่ ikea แทนไง เหอๆๆ
สรุปว่าชั้นก็ข้ามไปข้ามมาระหว่าง brooklyn กะ manhattan สองเที่ยว บ้าไปแล้วกู แต่ก็คุ้มนะ
เพราะได้เห็นวิวสวยๆ ของเกาะ จากมุมบนเรือด้วย ลมเย็นๆบนดาดฟ้าเรือ..ชวนให้อยากไปทะเลจริงๆ
เฮ้อออออออออออออออออออออออ

ปล. คิดถึงโซดาน้อยมาก

 

เดินสาย “กินเส้น” มิถุนายน 22, 2008

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 5:01 am

เข้าใจนะว่าตอนนี้อยู่กับชาวบ้านหัวทอง แต่ขอกินอาหารของชาวบ้านใกล้เรือนเคียงอย่าง ญี่ปุ่น ให้ซะแก่ใจก่อนก็แล้วกัน
ว่าแล้ว ชมรม “คนกินเส้น” ก็ออกการปฏิบัติการณ์ไล่ล่าหา ราเมน อุด้ง หรือ บะหมี่สัญชาติปลาดิบกินอย่างจริงจัง

เราเริ่มจากสืบหาร้านอร่อยจากย่านต่างๆ ทำเป็น list ใส่สมุดคู่มือนักกินเอาไว้ (ได้ข่าวว่า มันกำลังลดน้ำหนัก)
อืม..ก็ได้เยอะอยู่ แต่จะกลัวไปไหน ไม่ได้ตายวันนี้พรุ่งนี้ ค่อยๆไล่ชิมไปทีละร้าน ก็ไม่เสียหายนี่นา เนอะๆๆ

ร้านแรกที่เราลากเพื่อนไปกินด้วยกัน ชื่อ naruto ramen แค่ชื่อก็บอกว่า สนุก (เหอๆ ตลกซะงั้น นั่นมันการ์ตูน ไอ่บ้า)
ก็เห็นๆกันอยู่ว่าต้องได้กินไอ่ลูกชิ้นปลารีๆ ที่เส้นวงๆสีชมพูตรงกลางนั่นแหละ เป็นที่มาของชื่อร้านเค้าด้วย
จริงๆได้ข่าวว่าร้านนี้เพิ่งเปิดได้ไม่นานนัก แต่รสชาติน้ำซุปอร่อยมาก เลยติดตลาดเร็ว ด้วยเหตุนี้เราจึงเลือกไปร้านนี้ก่อนใคร
ออกตัวไปตั้งแต่ยังไม่ค่ำ เพราะกลัวว่าคนเยอะ เพราะร้านนี้เล็กมาก มีที่นั่งแค่ 16 ที่เท่านั้น ฉะนั้นการไปเร็วก็จะดีกว่า
ไม่ต้องไปเข้าแถวรอ และที่สำคัญเวลาไปกินราเมน ไม่ควรไปกันเกินสามคน หนึ่งหรือสองคนก็พอ จะได้ที่นั่งเร็วกว่าด้วย
และเนี่องจากทำการบ้านมาดี เราไปถึงร้านแบบไม่หลงทาง และได้ที่นั่งกินอย่างรวดเร็ว รอไม่ถึงห้านาทีเท่านั้น

พุ่งเข้าไปนั่งปุ๊บก็สั่งเลย แน่นอน มันคือ Naruto ramen นั่นแหละ จะเป็นอะไรไปได้ รอไม่นานมากหรอก
ราเมนชามโตก็ลอยมาอยู่ตรงหน้า หน้าตาดีใช้ได้เลย ขั้นแรกต้องชิมน้ำซุปก่อน (เห็นดังนัก)
อืมมม….หอมกลมกล่อมดี อ่านจากที่เค้าเขียนๆกันไว้ เจ้าของร้านให้สัมภาษณ์ว่า ใช้น้ำซุปถึงสามชนิดรวมกัน
ทั้งน้ำซุปหมู ผสมกับซุปไก่ และน้ำซุปเครื่องทะเล แถมยังบวกกับ สาหร่าย โน่นนั่นนี่ ..ก็ว่ากันไป
แต่ก็อร่อยจริงๆแหละ ออกเค็มนิดๆ หอมๆ ดี ยิ่งตอนตักมากินพร้อมกับไข่แดงที่สุกนิดๆ มันยิ่งหอมมัน ไปกันใหญ่เลย
พอน้ำซุปอร่อย เส้นราเมน chashu หรือ ไอ่หมูหมักชิ้นๆ มันก็พลอยอร่อยไปด้วย แต่ชาชูร้านนี้ไม่ค่อยนุ่มเท่าไร
คือเหมือนเนื้อยังไม่เปื่อยนุ่มได้ใจ เหมือนชาชู ร้านอื่นที่เราเคยกินมา เอาเป็นว่าร้านนี้ยกให้น้ำซุปก็แล้วกัน

Naruto ramen

ถัดจากนั่นอีกสามสี่วัน เราก็วิ่งไปหาราเมนกินอีกแล้ว ด้วยเพราะหนีไปเที่ยวทะเลที่นิวเจอร์ซี่กับเพื่อนมา
กลับมาพบว่า หวัดรับประทาน ฉะนั้นโอกาสนี้แหละ เหมาะแล้วที่จะไปซดราเมนร้อนๆ ฆ่าเชื้อหวัดให้ตายซะ
ร้านที่เราเลือกเป็นหมอรักษาหวัดคือ ร้าน Ramen Setaga-ya
ร้านนี้เป็นร้านดังจากบ้านเกิดมาเปิดสาขาที่นิวยอร์ค ทำให้มีชาวบ้านทั้งหัวดำและหัวทอง แห่แหนมากินกันเนื่องแน่น
แต่ด้วยหลักสูตรกินแต่เช้า กินคนเดียว อย่างเรา ทำให้ได้ที่นั่งแบบเร่งรัด ข้ามหัวคนที่เข้าแถวเข้าไปอย่างสะดวกสบาย
เมนูที่เราเลือกกิน เป็น Shio Ramen เพราะจะเอากลิ่มหอมซอยๆกับน้ำซุปร้อนๆ มาช่วยล้างคอกับจมูกให้โล่งๆ ไง

ร้านนี้ราคาแพงกว่าชาวบ้านไปนิดหน่อย เพราะเค้าโฆษณาว่า เครื่องปรุงเนี่ยนะ เอาข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากญี่ปุ่นเลยนะ
จะเชื่อดีมั้ยนะ เหมือนถ้าเป็นอาหารไทย แล้วบอกว่าเครื่องแกง หรือน้ำมันหอย เนี่ยนะ เอามาจากเมืองไทยเชียวนะเธอ
เออ..มันก็ต้องอย่างนั้นแหละ คือฝรั่งมันมีที่ไหนล่ะ มันก็ต้องเอามาจากบ้านตัวเองทั้งนั้นแหละ แหมๆ จุดขายบ้านเชียว
แต่เรื่องความอร่อยเนี่ย…ก็โอนะ สมคำโฆษณา โดยเฉพาะชาชู นุ่มละมุน แทบไม่ต้องเคี้ยวเลย
ใช้คำว่า ละลายในปาก แบบที่เค้าชอบพูดกันได้เลย ร้านนี้เลยได้คะแนนที่เนื้อชาชูไปเต็มๆ แบบเต็มสิบให้สิบเต็มไปเลย

เอาไปสองร้านก่อน
ขบวนการ “คนกินเส้น” ยังไม่จบง่ายแค่นี้
ยังมีร้านใน list อีกเป็นสิบๆ เฮ้ออออออ…เอาน่า ยังไงก็เป็นซุปๆ เส้นๆ ไม่อ้วนไปกว่านี้หรอก (ปลอบใจตัวเอง)
บ้าจริงๆเลย คือ ชอบกิน แต่ดันอยากผอมเนี่ย มันช่างขัดกันอย่างรุนแรงมากๆ
ช่วงนี้เลยบ้าฟังเพลงนี้อ่ะ “ขาหมู” ของ tattoo colour ช่างได้อามรณ์อะไรอย่างนี้ก็ไม่รู้

 

รสชาติของเมือง “หมานครนิวยอร์ค” มิถุนายน 15, 2008

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 6:33 am

เกือบจะสองอาทิตย์แล้ว เข็มเวลาในเมืองนี้เดินแกมวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่อย่าคิดนะว่าเราจะตามไม่ทัน
แม้จะต้องออกวิ่ง มันก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันแซงเราไปอย่างไม่รู้ตัว เหนื่อยนะ แต่กลัวที่ไหน

นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ในห้องเล็กๆ มองเห็นตึกอิฐสีแดง ดูเหมือนจะเท่
ใช่ซินะ แค่คำว่านิวยอร์ค ใครที่ได้ยินก็รู้สึกว่า มันดูหรูเก๋ เท่ขรึม ซะเหลือเกิน
ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่ามันจะจริงอย่างที่เค้าบอกหรือเปล่า หลายอย่างมันก็เป็นแค่ภาพลวงตา
แต่เราน่ะ รู้สึกสนุกกับการออกสำรวจเมืองนี้เอามากๆเลยทีเดียว
แน่นอน…โดยเฉพาะของกิน

มาถึงวันแรกเพื่อนทั้งสองพาไปฉลองที่ร้าน “ศรีประไพ” เค้าว่าเป็นร้านอร่อยประจำย่านนี้
เราเองก็ได้ยินชื่อร้านนี้มานานนับปี ตั้งแต่มาถึงประเทศนี้ใหม่ๆ แต่ยังไม่มีโอกาสได้มาชิมซะที
วันแรก ฤกษ์ดีไปประเดิมกันซะเลย แล้วก็สั่งแบบไม่คิดกันเลย อยากกินไร สั่งมากินซะให้หายอยาก เริ่มด้วย

ยำผักบุ้งกรอบ เป็นจานที่ขึ้นชื่อของร้านนี้มากๆ มีคนเขียนชมเยอะ ขนาดเชฟร้านดังๆ ยังเขียนแนะนำด้วย ธรรมดาที่ไหน
แต่พอได้ชิมแล้วก็ไม่แปลกใจ อร่อยมาก ดีใจจังที่ได้กินอาหารไทยอร่อยๆ แบบคุ้นลิ้นในถิ่นนี้
ผักบุ้งกรอบกำลังดี กินกับน้ำยำรสชาติเผ็ดนิดๆ ได้กลิ่นหอมแดงทอดหน่อยๆ อืมมมมมมมม

จานที่สอง เป็นสิ่งที่ถวิลหามานาน นั่นคือ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่
รสชาติโอเค ไม่ถึงกับโดดเด้ง แบบคั่วไก่ซอยแปลงนาม แต่ก็ฝากชีวิตไว้ได้ในยามนี้
จะเอาให้มันได้ขนาดนั้น ก็คงยากอยู่นะน้องนะ

จานที่สาม และสี่ เป็นทอดมันกุ้ง และ ปลาทอดยำมะม่วง
สองจานหลังเนี่ย ออกแนวสั่งไม่ยั้งคิด แต่ตอนสั่งก็มั่นใจว่า เราสามคนสามารถรับมือได้หมด
แล้วไง ก็หมดจริงๆ จะเหลือเหรอ กินอาหารอร่อยแกล้มวงสนทนากับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันนานนับปี…
มันช่างเป็นรสชาติที่เกินจะบรรยายได้จริงๆ มื้อแรกของพวกเราจบลงอย่างอิ่มเอมและสวยงาม

แต่วันต่อมา เราพบว่า ตัวเรานั๊นนนน ใหญ่เกินไปสำหรับเมืองนี้
ขบวนการบีบตัวให้เล็กแบบรีบด่วนจึงเริ่มต้นขึ้น ณ วันที่สองเท่านั้นเอง เหอๆๆ
แผนการชิมแหลก แดกไม่ยั้ง อย่างที่วาดฝันเอาไว้ต้องผังทลายลงอย่างเหงาๆ
แล้วขนเอาผัก ผลไม้ โยเกิร์ต และเต้าหู้ มาใส่ในตู้เย็นแทนสิ่งที่ควรจะเป็น
แต่สัญญากับตัวเองไว้ว่าอย่างน้อยทุกๆหนึ่งกิโลที่ลดลงไป
เราจะให้รางวัลกับตัวเองด้วยอาหารอร่อยๆ ในร้านที่หมายตาเอาไว้หนึ่งมื้อ
สัญชาตินักกินอย่างเรา ให้ตายยังไง ก็ต้องกินอ่ะ ไอ่เรื่องผอมเนี่ย มันก็เรื่องใหญ่อยู่
ยังไงก็ต้องจัดสรรให้กิเลสทั้งสองนี้ปรองดองกันให้ได้อยู่ดี ไม่ทางได้ก็ทางหนึ่ง
ก็ต้องรอดูกันต่อไป ว่ามันจะทำไปได้ซักกี่น้ำ….เฮ้ออออ

 

สปาเก็ตตี้…กับสิ่งที่เหลืออยู่ มิถุนายน 8, 2008

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 6:29 am

เรานั่งเขียนถึงเมนูจานนี้หลังจากผ่านมาแล้วหนึ่งอาทิตย์ เพราะมันเป็นเมนูส่งท้ายให้กับห้องครัว
และบ้านหลังนั้น ที่เราใช้เป็นที่อยู่มาเกือบหนึ่งปีในออแลนโด้
มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่นั่น เรื่องราวหลากหลายรสชาติ ล้วนแต่จัดจ้านครบทุกอารมณ์
และแน่นอนว่าเราไม่มีวันลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นแม้แต่วินาทีเดียว

นอกจากเก็บเสื้อผ้า และสมบัติบ้าทุกอย่างอัดลงกระเป๋าแล้ว
เราก็ไม่ลืมที่เก็บ..จริงๆควรเรียกกว่า กวาด..ของกินทุกอย่างที่กักตุนไว้ เอามาทำโน่นนี่กินให้มันหมดๆไปซะ
จะว่าไปพักหลังก็ไม่ได้ซื้อของกินเอามาเก็บไว้เหมือนที่ผ่านๆมา
ที่เหลือๆอยู่จึงกลายเป็น ข้าวสาร มาม่า อุด้ง และเส้นสปาเก็ตตี้ รวมไปถึงพวกของสดเล็กๆน้อยๆ

เมนูสปาเก็ตตี้ผัด..ล้างตู้เย็น จึงถือกำเนิดขึ้นอีกครั้ง
เครื่องปรุงที่ขุดคุ้ยรวบรวมมาได้ คือ
เส้นสปาเกตตี้…แน่นอน จับมันลวกน้ำเดือดจนเกลี้ยงห่อ
เนื้อปลาแซลมอนสองชิ้น, ผักทุกอย่างที่เหลืออยู่ในตู้เย็น,ไข่ไก่ และปลาสลิดแห้ง (เอาไว้โรยหน้า)
เติมกลิ่นและรสชาติด้วยใบเบซิล ที่ปลูกอยู่ในสวนหลังบ้าน
ได้ของมาครบแล้ว ก็ผัดเข้าไปซิ จะว่าไปจานผัดของเรา ก็มักจะหนีไม่พ้นเครื่องปรุงรสแบบเดิมๆ
อย่าง ซีอิ้วขาว น้ำมันหอย และ น้ำพริกเผา ไม่รู้ทำไมพักหลังมานี้ ถึงฮิตแอบเติมน้ำพริกเผาลงไปในการทำจานทุกที
ไม่ว่าจะเป็น มาม่าผัด ข้าวผัด ผัดผักรวม ฯลฯ รวมไปถึงไอ่จานนี้ด้วย
สาเหตุไม่รู้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ มันอร่อยทุกทีเลยแหละ (ไม่มีใครชม..ก็ลูบหัวตัวเองไปซะอย่างนั้น)
เนื่องจากปริมาณเส้นที่มีเยอะเกินกว่าจะอัดลงไปผัดกระทะใบเล็กๆได้หมด เราเลยต้องผัดสองยก
ยกแรกผ่านไปด้วยดี ออกมาหน้าตาสวยงาม รสชาติอร่อยอย่างที่ใจอยาก
เรียกสมาชิกในบ้านมาช่วยกันรุมกินโต๊ะ และแน่นอนมันหมดไปอย่างรวดเร็ว
แล้วก็ไม่รู้เพราะมันเร็วหรือเปล่า ทำให้สปาเก็ตตี้ยกสอง..มันหมดช้ากว่าที่ควร คาดว่าคงอิ่มกัน
เพราะเราว่ารสชาติมันก็ไม่ต่างไปจากกะละมังแรกเท่าไรนะ เหอๆๆ หวังว่งคงไม่ได้คิดไปเอง

จริงๆ ก่อนจะเป็นสปาเก็ตตี้กะละมังนี้ เราก็ไปกินส่งท้ายมาหลายร้าน หนึ่งในนั้นคือ dessert lady
ร้านเค้กน่ารักและแสนอร่อย ประจำเมืองนี้ แต่พูดตรงๆแบบไม่เกรงใจ ยังไม่ใช่เค้กร้านโปรดของเราอยู่ดี
ยังไงก็ยังรัก love at first bite ณ เชียงใหม่ อย่างไม่มีเปลี่ยนใจอย่างแน่นอน
ร้านนี้ชิมไปสองอย่าง six layer chocolate กับ carrot cake สองสหายมาในจานสวย แต่ชิ้นควายมากกกกกกกก
กินยังไงก็ไม่มีวันหมด ไปกันห้าคน เค้กสามชิ้น แต่ต้องเก็บใส่กล่องกลับมากินที่บ้าน..
ก็นะ เค้าก็ให้ตามราคาเค้ก ชิ้นละตั้ง 9 เหรียญเชียวนะ

เป็นเมนูส่งท้าย เมืองออแลนโด้ ที่เรียบง่าย น่ารัก..ไม่ต่างไปจากเมืองเลยจริงๆ
แต่การผจญภัยของเรายังไม่ได้จบลงง่ายหรอก
เพราะ “นิวยอร์ก” ยังมีของอร่อยอีกแสนเจ็ดอย่าง รอเราอยู่ข้างหน้า
ชีวิตในเมืองเค้าว่ากันว่าเป็นศูนย์รวมของทุกอย่างแบบสุดขั้ว รวมไปถึงเรื่องอาหาร…
รสชาติจะเป็นยังไง มันก็เกินจะคาดเดาได้ แต่ที่รู้ งานนี้มันคงจบไม่ง่ายแน่ๆ

ปล.
ไม่รู้ทำไมพักหลัง เวลาเอารูปแนวนอนลง มันย่อให้เป็นรูปเล็กไปซะอย่างนั้น
แต่พอเป็นรูปแนวตั้ง มันก็ใหญ่เป็นขนาดจริง
ใครรู้บ้าง…ช่วยเราด้วย