Eat-aholic

Test it…Feel it by yourself

ฝากไว้ก่อน… เดี๋ยวจะกลับมาเขียน กรกฎาคม 25, 2008

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 6:23 pm

ช่วงนี้เหนื่อยมากกกกก….. เขียนไม่ไหวแล้วววว
ไว้จะกลับมาเขียนเน้อ

———————————————————–

สี่วันผ่านไป หลังโหมทำงานแทบไม่ได้ลืมหูลืมตาแปดวันติด เป็นผลให้ความสุขและความรื่นรมย์ในชีวิต เหือดหายไปอักโข
วันนี้เพิ่งมีเวลาได้หายใจได้เต็มปอด นอนเต็มตื่น ส่งผลให้สมองโปรดโปร่งมากพอที่จะกลับมาเขียนเรื่องสนุกๆได้
เฮ้อออออออออ คราวหลังชั้นจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว..ชีวิตไร้ความสุขสิ้นดี
แถมยังไม่มีเวลา และเรี่ยวแรงเหลือออกไปเสาะหาของอร่อยกินเลย แต่ข้อดีคือ..น้ำหนักลดลงทันที ดีใจจัง
แต่ผอมแบบนี้ มันไม่ดีกับสุขภาพกาย และสุขภาพจิตเท่าไรนัก

เข้าเรื่องที่ติดค้างไว้ มีสองชุดด้วยกัน หนึ่งคือ ข้าวแกงกะหรี่หมูทอด เจ้าอร่อยที่เราไปชิมมา แล้วติดใจกันสุดๆ
ร้านนี้อยู่ Midtown west เป็นร้านเล็กๆ ชื่อ Go! Go! Curry เป็นสาขามาจากญี่ปุ่นอีกเช่นเคย ได้ข่าวว่าที่ญี่ปุ่นมีตั้ง 20 สาขาเชียวนะ
ร้านนี้ขายแต่ข้าวแกงกะหรี่อย่างเดียวเท่านั้น (เอาดีอย่างเดียวเลย) แต่มีเนื้อให้เลือก ทั้งกุ้ง หมู และไก่
หรือใครเลือกไม่ถูก (แถวบ้านเรียกตะกละนั่นแหละ)จะสั่งรวมแบบ Grand Slam ก็ไม่ว่ากัน ก็เพิ่มเงินกันไป
ใครอยากกินหน้าอะไรก็เดินไปสั่งที่เคาเตอร์ แบบ Fast food แล้วก็บริการตัวเอง ทำให้ไม่ต้องรอนาน ราคาก็ไม่แพงมาก

เราสั่งหน้าหมูทอดมากิน..ชิมแล้วพบว่า…อืมมมมม ต้องอย่างนี้ซิ น้ำแกงที่ได้ข่าวว่าผ่านการเคี่ยวมาถึง 5 ชั่วโมง
มันเข้มข้น แต่ก็หอมละมุนอยู่ในตัว กินกับหมูทอดกรอบร้อนๆ แกล้มกะหล่ำสดซอยซะเป็นฝอยละเอียด…
นะ……ขอฝากตัวไว้เป็นลูกค้าประจำแทบจะทันทีที่กินไปแค่สองสามคำเท่านั้นแหละ
ที่สำคัญ……..เจ้าของร้าน หนุ่มญี่ปุ่นหน้าตาดี เท่เชียว นานๆจะเจอหนุ่มญี่ปุ่น น่ารักซะที
แหม…ต้องมากินบ่อยซะแล้ว Ha ha ha ha

ส่วนจานที่สองเป็นผลมาจากการเข้าไปอ่าน blog ของคุณ Udom
ที่เขียนถึงสุกี้เตาถ่านหัวลำโพง…แล้วความตะกละก็เข้ามาเยือน รุ่งขึ้นต้องออกไปแสวงหาเครื่องปรุงมาทำสุกี้ผัดซะงั้น
แล้วก็แจ่มมากที่แถวบ้านมีร้านเอเชีย..ที่หาเครื่องปรุงได้ไม่ยากนัก ทำให้ได้สุกี้หน้าตาไม่เลวจานนี้มาสนองตัณหาของเราได้
อืม แต่ช่วงนี้หันมากินเต้าหู้แทนเนื้อสัตว์ ก็เลยกลายเป็นสุกี้แห้งเต้าหู้แทนไป ซื้อของมา 10 กว่าเหรียญ ผัดกินได้ตั้งหลายวัน
ขนาดชวนเพื่อนมากินด้วยกันแล้ว ก็ยังเหลือโน่นนี่อีก..คุ้มจริงๆ
ทำอาหารกินเอง มันก็มีข้อดีตรงนี้แหละ ถูก ประหยัด ได้เครื่องปรุงส่วนผสมดั่งใจ ถึงมันอาจจะไม่อร่อยเท่ากินที่ร้าน
แต่มันก็ได้อารมณ์ และความสุขใจ มากกว่ากันเยอะเลย….เนอะๆๆๆ

 

กินปีกไก่แบบควายๆ กรกฎาคม 9, 2008

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 5:33 am

อาทิตย์ก่อนหนีไปน้ำตก Niagara falls กับเพื่อนอีกสองชีวิตขับรถขึ้นเหนือไปประมาณเจ็ดชั่วโมงได้มั้ง ก็แวะเล่นไปตลอดทางน่ะ
กว่าจะถึงน้ำตกก็เกือบๆจะค่ำ แต่ดีว่าช่วงนี้กว่าพระอาทิตย์จะตกดินก็ปาเข้าไปสองทุ่มกว่าๆ ได้ พวกเราเลยยังมีเวลาขับรถเล่นกันได้
มีเสียงลือว่า น้ำตกฝั่งแคนาดาสวยกว่า ทำให้ฝั่งโน้นดูคึกคักมีโรงแรม แสงสีสว่างไสว ผิดกับฝั่งอเมริกา ที่ดูเงียบเหงากว่า
แต่พวกเราไม่ลงทุนข้ามไปฝั่งโน้นหรอก ดูฝั่งนี้ก็สวยดี ที่สำคัญต้องทำเรื่องขอวีซ่าข้ามไปอีกตั้ง 200 จะบ้าเหรอ เก็บตังค์ไว้กินดีกว่า
จริงๆน้ำตกฝั่งนี้เราสามารถนั่งเรือ maid of the mist ไปดูน้ำตกแบบใกล้ชิดและเปียกปอน ได้ในราคาเพียง 12 เหรียญเท่านั้น
จ่ายแพงกว่าทำไม ฉะนั้นพวกเราเลยอยู่ฝั่งนี้แหละ

เดินหาของกินมื้อเย็นอยู่นาน สุดท้ายก็ไปตายที่ Hard Rock ซะอย่างนั้น เนื่องจากร้านอื่นๆเค้าได้ทยอยปิดตัวกันทั้งแต่สองทุ่มกว่าๆ
ไม่รู้จะรีบปิดกันไปไหน พวกเราเลยจำใจต้องกินที่ HRC เรื่องรสชาติและราคา ก็ไม่เลวร้าย อร่อยพอประมาณ แต่ไม่ใช่มื้อประทับใจ
เพราะพวกเราต้องรีบวิ่งออกมาดูพุที่ริมน้ำตกตอนสี่ทุ่ม และดีมาก เพราะจุดจากฝั่งแคนาดา พวกเราเลยดูกันเปรมไปเลย

สนุกสนานกับสายน้ำกันจนฉ่ำใจแล้ว แผนการณ์ “พาควายกลับบ้าน” ก็เริ่มขึ้น เพราะเราวางแผนว่าจะไปต่อกันที่ Buffalo นั่นเอง
เชื่อว่ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวที่ไป Buffalo ต้องไปกิน Buffalo wing เหมือนพวกเราแหละ จะเหลือเหรอ
ชื่อมันก็บอกซะขนาดนั้น แล้วร้านที่เป็น The must ก็คือร้านที่เค้าว่าเป็นต้นตำรับอย่าง Frank&Teressa’s Anchor Bar
เราเคยสงสัยว่า ทำไมปีกไก่ ต้องชื่อ buffalo ด้วย เพราะมันใหญ่มาก เลยเป็น ปีกไก่ที่ใหญ่แบบควายๆ (คิดไปได้ยังไงยะหล่อน)
เปล่าจริงๆ เพราะมันมีต้นกำเนิดมาจากเมืองคุณควายต่างหาก

บรรยากาศของร้านดูอเมริกาชนมากๆ คนเยอะแน่นร้านสมกับเป็นร้านดังของเมือง รถจอดกันนองเนืองไปหมด
ดีว่าเราไปกันเร็วเลยไม่ต้องรอโต๊ะนาน และด้วยความหิว หรืออะไรดลใจก็ไม่รู้ เราสามชีวิตเปิดเมนูดูแล้ว
ก็สั่ง wing spicy BBQ จำนวน 50 ชิ้น ซึ่งเป็นชุดใหญ่ที่สุดของร้านมากินกัน 5555555555555555
ป้าคนรับออเดอร์สีหน้านิ่งสนิทมาก ไม่มีอาการตกใจหรือมีคำถาม หรือคำเตือนอะไรทั้งสิ้น
คงชินชากับนักท่องเที่ยว (บ้าๆ และไร้สติ) จนไร้ความรู้สึกใดๆไปแล้วน่ะ
เราว่าในใจป้าคงคิดว่า เชอะ นังหน้าโง่พวกนี้ เดี๋ยวเถอะพวกแกจะรู้สึก ชิชิชิ

แล้วเราก็พบว่า สิ่งที่พวกเราทำลงไป มันบ้าและไร้สติกันมากจริงๆ
เมื่อถาดสังกะสีขนาดใหญ่ที่บรรจุกองภูเขาปีกไก่ขนาดย่อมๆ ถูกยกมาวางลงที่กลางโต๊ะ ก็แอบตกใจกันพอเป็นพิธี
เพราะมันก็ดูเยอะด้วย แต่เรามั่นใจไร้สติกันว่า พวกเรารับมือกับมันได้หมด
แต่หลังจากเริ่มหยิบชิ้นที่เจ็ดเข้าปาก อาการอิ่มก็เริ่มขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ ว่าปีกไก่แค่นี้จะทำให้อิ่มได้ขนาดนี้

เพราะว่าไปชิ้นมันก็ไม่ได้ใหญ่มาก ปากกว้างกว่าท้องจริงๆ นี่แหละ ที่มาของการ “กินปีกไก่แบบควายๆ” ของพวกเรา
สุดท้ายต้องขอกล่องจากป้าหน้านิ่งคนเดิม แล้วคุณป้าก็เหมือนประชด ขอไปสองกล่อง ป้าเอามาให้สี่กล่อง
เหมือนเป็นการด่าทางอ้อมว่า เห็นมั้ย ชั้นกะแล้วว่าพวกแกต้องกินไม่หมด (พร้อมกรีดเสียงหัวเราะเย้ยอยู่ในใจ)
เชอะ…กลัวซะที่ไหน

และคงมีคนอย่างพวกเราอยู่เยอะพอสมควร ทำให้สถิติการขาย wing ตั้งแต่เปิดร้านนี้มาเนี่ย พุ่งสูงถึง 246.8 ล้านชิ้นแล้ว
มีป้ายประกาศเด่นอยู่หน้าร้านกันเลยทีเดียว เฮ้ออออออออออ จบงานนี้คงหยุดกินไก่ไปซักสาม สี่เดือน
จริงๆ เมืองนี้เค้ามีอะไรดีๆ มากกว่าปีกไก่อีกตั้งเยอะ เอาไว้มาต่อคราวหน้าก็แล้วกัน

 

30 ROCK!!!!! กรกฎาคม 6, 2008

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 5:37 pm

วันนี้ขอไม่เกี่ยวกับอาหารซักวันก็แล้วกัน เพราะมันเป็นวันพิเศษสำหรับเรา
หนึ่งปีมีครั้งเดียว…ขอบ้าซะหน่อย
แม้จะถูกเสียงกระจิบกระจอก..เสียดสีถึงการที่อายุเพิ่งมากขึ้นอีกหนึ่งปี….
เชอะ เชอะ เชอะ เชอะ เชอะ เชอะ เชอะ เชอะ เชอะ เชอะ เชอะ เชอะ เชอะ
30 แล้วไงโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย (พวกแกก็ต้องมีวันนี้เหมือนกัน ยกเว้นจะอยู่ไม่ถึงกัน เหอๆๆ)
ก็แค่เดินทางมาถึงเกือบครึ่งชีวิตแล้วเท่านั้นเอง (เอออออออออออ.. นานเหมือนนะเนี่ย)

ปีนี้ไม่มีเค้ก ไม่มีงานฉลอง (ทำอย่างกับที่ผ่านมาแกเคยมีอย่างนั้นแหละ)
แต่เรากะว่าคืนนี้จะเปิดแชมเปญ ฉลองให้ตัวเองซักขวด ฉลองให้กับศักราชใหม่ของตัวเอง 555

อืม ชีวิตเลข 3 ของเราจะเป็นยังไงต่อไปก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ รู้สึกตะหงิดๆ ว่าจะเหมือนในเรื่อง 30 Rock 5555
ด้วยสถานการณ์น่ะ ไม่ใช่ด้วยอาชีพแบบนั้น เพราะชั้นคงจะไม่กลับไปทำงานแบบ Tina Fey อีกแล้ว
แต่ดูแล้วก็ขำดีนะ เรื่องนี้ ขำๆ ขื่นๆ ชอบกล

แล้วไอ่การที่ชั้นจะชอบฟังเพลง Joni mitchell ก็ไม่ได้เพราะอายุ 30 ซะหน่อย ชอบมาตั้งแต่สมัยปี 2 แล้ว
ชอบฟังเพลงอะไร มันเกี่ยวกะอายุตรงไหนมิทราบยะ ถึงชั้นจะชอบเปิด Both Sides now
แต่ชั้นก็ยังหลงรัก Yeti , The Kills (โดยเฉพาะเพลงsour cherry ฟังได้ไม่มีเบื่อ)
หรือ Mumm-ra (วงที่ใครบางคนถามว่า วงเตี้ยยยย อะไรของมึง)

ฉะนั้น การที่ชั้นจะชอบ Joni mitchell ก็ไม่ได้หมายความว่าชั้น “แก่” โว้ย เข้าใจมั้ยยยยยยยยยยย
เซ็งงงงงงง ว่าจะไม่พูดถึงคำแสลงหูแล้วนะ อดไม่ได้ซะงั้น

ว่าแล้วก็เอา Don’t Go Back To The One You Love เพลงใหม่ของ yeti มาโปรโมทซะเลย เหอๆๆ
จริงๆเพลงโปรดของเราคือ never lose your sense of wonder แต่เพลงใหม่ก็โอเคนะ น่ารักใช้ได้เลย
ดีใจจริงๆ ที่วันนี้ไม่วกเข้าเรื่องอาหารได้….เฮ ๆๆ สำเร็จแล้ว