Eat-aholic

Test it…Feel it by yourself

แกงฮังเลแบบฮาๆ กันยายน 17, 2008

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 1:40 pm

อาทิตย์ก่อนโน้นนนนนนนน ไปร้านชำขายของไทยใน china town หันไปเห็นน้ำพริกแกงฮังเลเข้าโดยบังเอิญ
ดีใจเกือบร้องกรี๊ดลั่นร้าน พุ่งไปหยิบมาทันทีหนึ่งห่อ เห็นเจ้าของร้านบอกว่าน้ำพริกห่อนี้เดินทางมาจากตลาดวโรรสเชียวนะ
เอาล่ะ จะมาจากตลาดวโรรส ตลาดต้นลำไย หรือ ตลาดต้นพยอม ก็แล้วแต่ ไม่สนหรอก เอาเป็นว่าชั้นได้กินแกงฮังเลแล้วแน่ๆ

แต่การทำแกงฮังเลในประเทศนี้จะให้มันเหมือนแกงฮังเลแบบในตลาดแถวบ้าน คงจะเป็นไปได้ยากมาก
พอๆกับการหาผู้ชายหล่อล้ำเลิศ perfect แต่ไม่เป็นเกย์ แถว west village
งั้นเราขอทำ แกงฮังเลแบบฮาๆ ก็แล้วกัน 55555
ไอ่คำว่า ฮา เนี่ยจริงๆ ได้สองความหมายเลยล่ะ ฮาแรก หมายถึง ตลก ๆ ขำๆ
แต่ ฮา สองเนี่ย เป็นคำเมือง ใช้เป็นคำบุรุษสรรพนามที่หนึ่ง เรียกแทนตัวเอง (ประมาณ กู ในภาษาไทยภาคกลาง)

จบวิชาภาษาศาสตร์ เริ่มห้องเรียนคหกรรม แสนสนุกกันดีกว่า
ได้น้ำพริกมาแล้ว ก็ไปหาเครื่องปรุงมาให้ครบบ้าง ไม่ครบบ้าง ดังต่อไปนี้

เนื้อหมู…กะเอาว่า กินกันกี่ชีวิต เอาปริมาณแค่พอกินน่ะ เราใช้เนื้อ loin แบบไร้มัน ไม่ใช่สามชั้นแบบที่คุ้นตา
ไม่ใช่เพราะกลัวอ้วนอะไรหรอกนะ แต่เพราะเราไม่ชอบกินพวกไขมัน หนังสัตว์ อะไรพวกนั้นมากกว่า มันแบบว่า ไม่น่ากินน่ะ

ขิงซอย.. หอมแดง.. ถั่วลิสง..น้ำตาลมะพร้าว..น้ำมะขามเปียก..ซีอิ้วดำหวาน หาได้เท่านี้
จริงๆต้องมีกระเทียม น้ำกระเทียมดอง อะไรประมาณนี้นิดหน่อย แต่ขี้เกียจซื้อ เพราะไม่กินกระเทียม
น้านนนนนนนนน แกงของฮา สุดฤทธิ์

ขั้นตอนการทำแบบฮาๆ มีดังนี้
หั่นหมูเอามาหมักกะเครื่องแกง ใส่ซีอิ้วดำหวาน เพิ่มสีสันและรสชาติ ดีกว่าเครื่องปรุงมันมีไม่เยอะนะเนี่ย
แต่แค่เนี้ยก็ทำเอาครัวเล็กๆของเรา ของแน่นเนืองนองไปหมด ปกติก็ของเยอะจะแย่อยู่แล้ว
ส่วนขั้นตอนการทำก็ไม่ยากอะไร เอาหมูลงผัดให้พอหอมๆ และดูสุกๆ เติมน้ำเปล่า กะให้พอเกือบๆท่วมหมูนิด
ใส่น้ำเยอะมากเดี๋ยวจะกลายเป็น สตูว์หมูไปซะงั้น ต้มต่อแล้วเติมหอมแดง ขิงซอย ถั่วลิสง
ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงสองอย่างที่มี ให้ออกรสหวานนิด เปรี้ยวหน่อยๆ
เสร็จแล้วค้า………..แกงฮังเลแบบฮาๆ ของเรา
ตอนนี้ก็ขาดแค่ข้าวเหนียว น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู..ไส้อั่วเท่านั้น (เท่านั้น ตรงไหนมิทราบ เยอะนะนั่นน่ะ)

กินเสร็จ……..อยากกลับเชียงใหม่ใจจะขาด คิดถึงดอยจัง

 

กำลังบ้าทำไอติมชาเย็น กันยายน 3, 2008

Filed under: Uncategorized — kampooh @ 5:57 pm

แม้ว่าชาวบ้านชาวเมืองเค้าจะเลิกsummer และเตรียมตัวรับ Fall กันแล้ว
แต่เรายังหมกหมุ่นอยู่กับ summer ด้วยการทำไอติมชาเย็นอยู่ ไม่ยอมเลิกลา
หลังจากเกิดความบ้าดีเดือดพุ่งไปซื้อเครื่องทำไอติม,hand mixer และอุปกรณ์ต่างๆนานา หมดไปร้อยกว่าเหรียญ
จะเป็นเพราะว่า ว่างงาน ไม่มีอะไรทำ อยู่เฉยๆ ก็ไม่ใช่ ชีวิตก็ยุ่งวายพอดูอยู่แล้ว
ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าตอนนั้นคิดอะไร ถึงได้หาเรื่องให้ตัวเอง…………ทำโน่นทำนี่ มากมายขนาดนี้

เอาล่ะไหนๆ ก็หลวมตัวไปแบกมันมาแล้ว (เพื่อนเป็นคนแบกให้ต่างหาก) โครงการปั่นไอติมชาเย็นของดิฉันก็กลายเป็นฝันที่เป็นจริง
สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา จึงเป็นเวลาแห่งการหมกหมุ่นอยู่กับไอติม ไอติม และไอติม
ทดลองสูตรที่ได้มา แล้วลดโน่น เติมนี่ จนออกไปเป็น ไอติมชาเย็นอย่างที่ตั้งใจ……
ด้วยมีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในการชิมอยู่นับสิบชีวิต….ใครผ่านเข้ามาในชีวิตเราตอนนี้ ต้องเจอประโยคเด็ด “กินไอติมมั้ย” 5555
โอเค คุณอาจจะดีใจที่ได้กินไอติมฟรี แต่หลังจากกินแล้ว ต้องนั่งตอบคำถามจากเราอีกยาวยืด
ประมาณว่า หวานไปไหม ชาเข้มพอยัง อร่อยเปล่า เนื้อไอติมเป็นไง ฯลฯ….มากมาย นี่ไง ถึงเรียกว่า เหยื่อชิมไอติม
ช่วยไม่ได้นะ หลวมตัวมากินแล้ว เหอๆๆ

กะว่าถ้าไอติมชาเย็น รสชาติลงตัวเมื่อไร เป้าหมายต่อไปคือ ไอติมกะทิรวมมิตร
ทำให้หายบ้ากันไป จริงๆการทำไอติมก็ช่วยให้จิตใจเราสงบ หายบ้า ลดอาการฟุ้งซ่านลงไปได้เยอะมากจริงๆแหละ
เพราะทุกครั้งที่เกิดอาการประมาณนี้ จะออกไปหาซื้อไอติมมากิน แต่ช่วงนี้ลดน้ำหนักไง ก็เลยเปลี่ยนแนว
จากกินไอติม เปลี่ยนมา ทำไอติมซะเลย ไม่ต้องกิน ไม่ต้องอ้วน แถมยังสนุกสนานกว่าการกินไอติมเยอะ
แม้ว่าระหว่างทำก็ต้องชิมบ้างอ่ะนะ แต่ก็แค่ช้อนสองช้อน ไม่ได้มากมายหนักหนาอะไร เหอๆๆๆ

ก็ได้แต่หวังว่า การทำไอติมจะช่วยให้จิตใจเราอยู่กับเนื้อกับตัวมากขึ้น ไม่ลอยไปลอยมา ไร้สติอย่างที่ผ่านๆมา
หวังว่านะ แต่ได้ข่าวว่า เมื่อวานก่อนเพิ่งจะลืมกุญแจไว้ในห้องตัวเอง เข้าห้องก็ไม่ได้ งัดก็ไม่ได้
จนต้องเรียน lock smith มาเปิดประตูให้ เค้าก็พุ่งมาให้อย่างเร็ว และทำงานเรียบร้อยเป็นมืออาชีพดีมากกกกกกก
แต่ก็ต้องเสียค่ามืออาชีพเปิดประตูห้องไป 160 เหรียญถ้วนๆ ไม่รวมค่ากลอนประตูอันใหม่ อีก 10 เหรียญ
หายบ้าไปเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
นี่แหละ ผลของอาการไร้สติ เศร้าใจกับชีวิตตัวเองจริงๆ เล๊ยยยยยยยยยยยยยย