แม้ว่าชาวบ้านชาวเมืองเค้าจะเลิกsummer และเตรียมตัวรับ Fall กันแล้ว
แต่เรายังหมกหมุ่นอยู่กับ summer ด้วยการทำไอติมชาเย็นอยู่ ไม่ยอมเลิกลา
หลังจากเกิดความบ้าดีเดือดพุ่งไปซื้อเครื่องทำไอติม,hand mixer และอุปกรณ์ต่างๆนานา หมดไปร้อยกว่าเหรียญ
จะเป็นเพราะว่า ว่างงาน ไม่มีอะไรทำ อยู่เฉยๆ ก็ไม่ใช่ ชีวิตก็ยุ่งวายพอดูอยู่แล้ว
ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าตอนนั้นคิดอะไร ถึงได้หาเรื่องให้ตัวเอง…………ทำโน่นทำนี่ มากมายขนาดนี้
เอาล่ะไหนๆ ก็หลวมตัวไปแบกมันมาแล้ว (เพื่อนเป็นคนแบกให้ต่างหาก) โครงการปั่นไอติมชาเย็นของดิฉันก็กลายเป็นฝันที่เป็นจริง
สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา จึงเป็นเวลาแห่งการหมกหมุ่นอยู่กับไอติม ไอติม และไอติม
ทดลองสูตรที่ได้มา แล้วลดโน่น เติมนี่ จนออกไปเป็น ไอติมชาเย็นอย่างที่ตั้งใจ……
ด้วยมีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในการชิมอยู่นับสิบชีวิต….ใครผ่านเข้ามาในชีวิตเราตอนนี้ ต้องเจอประโยคเด็ด “กินไอติมมั้ย” 5555
โอเค คุณอาจจะดีใจที่ได้กินไอติมฟรี แต่หลังจากกินแล้ว ต้องนั่งตอบคำถามจากเราอีกยาวยืด
ประมาณว่า หวานไปไหม ชาเข้มพอยัง อร่อยเปล่า เนื้อไอติมเป็นไง ฯลฯ….มากมาย นี่ไง ถึงเรียกว่า เหยื่อชิมไอติม
ช่วยไม่ได้นะ หลวมตัวมากินแล้ว เหอๆๆ
กะว่าถ้าไอติมชาเย็น รสชาติลงตัวเมื่อไร เป้าหมายต่อไปคือ ไอติมกะทิรวมมิตร
ทำให้หายบ้ากันไป จริงๆการทำไอติมก็ช่วยให้จิตใจเราสงบ หายบ้า ลดอาการฟุ้งซ่านลงไปได้เยอะมากจริงๆแหละ
เพราะทุกครั้งที่เกิดอาการประมาณนี้ จะออกไปหาซื้อไอติมมากิน แต่ช่วงนี้ลดน้ำหนักไง ก็เลยเปลี่ยนแนว
จากกินไอติม เปลี่ยนมา ทำไอติมซะเลย ไม่ต้องกิน ไม่ต้องอ้วน แถมยังสนุกสนานกว่าการกินไอติมเยอะ
แม้ว่าระหว่างทำก็ต้องชิมบ้างอ่ะนะ แต่ก็แค่ช้อนสองช้อน ไม่ได้มากมายหนักหนาอะไร เหอๆๆๆ
ก็ได้แต่หวังว่า การทำไอติมจะช่วยให้จิตใจเราอยู่กับเนื้อกับตัวมากขึ้น ไม่ลอยไปลอยมา ไร้สติอย่างที่ผ่านๆมา
หวังว่านะ แต่ได้ข่าวว่า เมื่อวานก่อนเพิ่งจะลืมกุญแจไว้ในห้องตัวเอง เข้าห้องก็ไม่ได้ งัดก็ไม่ได้
จนต้องเรียน lock smith มาเปิดประตูให้ เค้าก็พุ่งมาให้อย่างเร็ว และทำงานเรียบร้อยเป็นมืออาชีพดีมากกกกกกก
แต่ก็ต้องเสียค่ามืออาชีพเปิดประตูห้องไป 160 เหรียญถ้วนๆ ไม่รวมค่ากลอนประตูอันใหม่ อีก 10 เหรียญ
หายบ้าไปเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
นี่แหละ ผลของอาการไร้สติ เศร้าใจกับชีวิตตัวเองจริงๆ เล๊ยยยยยยยยยยยยยย



ยินยอมตกเป็นเหยื่อชิมไอติม…โดยมิมีขัดขืน
มากินมั้ยๆ
แต่ต้องมาไกลนิดหน่อยน่ะ
ha ha ha
ไอติมดูน่ากินดีครับ
แต่อืม.. ค่าจ้างช่างให้มางัดแพงมากครับ (ไม่ได้ตั้งใจตอกย้ำนะครับ)
ฮ่า…น่ากินนิ
กินแล้วอารมณ์คงเย็นลงบ้าง (จากเหตุการณ์บ้านเมืองตอนนี้)
ภาพที่สองสีสวยน่ากิน
อยากกินไอติมนะ
แต่ขอกินไอติมสามบาทแถวบ้านดีก่านะคร้า
แบบว่า บินไปม่ายถึงงงง
กำลังตามหาชา(ไทย)เย็น
หายากมากเลยครับ แต่ละร้านไม่รู้สูตรไหน
สีส้มสวย ขอสมัครเป็นเหยื่อได้ไหมเนี่ย
อู้!!น้ำลายหยด…
กลับมาเปิดร้านทำขายที่นี่ดีกว่าไหม?
ไอติมน่ากินดี
ลูกบิดก็น่าเปิดออกเป็นหนทางสุดท้ายแล้วนี้ทำไงได้! ความจริงทางออกมีให้เลือกเยอะแล้วแต่เราจะเลือก
@ คุณsoilmatter
ใช่ค่ะ ค่าจ้างช่างแถวนี้มันแพงประมาณนี้แหละ ช่าง…ช่างมันเถอะ
@คุณพี่ mymoney
ไอติมของเรากินแล้วเย็นนะ แต่ดูจากสถานการณ์บ้านเมืองแล้ว
ต่อให้กินไอติมจนหมดตู้ก็คงไม่หายร้อนอ่ะ
ได้ข่าวว่านายกคนใหม่หน้าตาดีเชียวววววววววววว
เฮ้อออออออออออออ
@bbuglady
แนะนำให้ไปกินที่ iberry รสชาเย็น อร่อยมากกก
@M
ชาเย็นเนี่ย แล้วแต่เทคนิคการต้มแหละ แต่ร้านเค้าก็ใส่ใจในการต้มต่างกัน
@ คุณแตะฯ
คิดอยู่เนี่ย กะว่ากลับไปเปิดร้านแถวๆหลังมอ..ถ้าจะรุ่ง…
@คุณdej
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมนะจ๊ะ
น้ำลายหกกกก
5555555 น่ากินจริงๆ ด้วย คุณ Kampooh นี่ช่างคิดช่างทำจริงๆ
ว่าแต่ว่าหลังจากเรียกช่างมาพังกุญแจแล้วทำไอติมแก้เซ็งไปอีกกี่สิบถ้วยคะเนี่ย
เห็นราคาแล้วหนาวแทนจริงๆ ^^
ไม่ได้เข้ามาซะนานแต่พอเข้ามาปุ๊บนี่พุ่งเข้ามาตามอ่านตามกินที่บล็อกนี้เป็นอันดับแรกเลยนะเนี่ย
อย่าเครียดมากนะคะ คอยเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ ^^
ไอติมน่ากินมากจ้า
ค่าเปิดประตูเนี่ยถ้าเป็นเมืองไทยก็ครั้งละ 500 บาทฮะ แต่เจอไป 160 เหรียญนี่ไม่ไหวนะ ตาตั้งเลยนะเนี่ย
ย้ายมาอยู่นิวยอร์คแล้วเหรอค่ะ ดีจังเลยค่า
ที่นี่ของกินอร่อยเยอะมากกกกก เพลินเลยค่ะ
ชอบชาเย็นเหมือนกัน ชงดื่มเองที่บ้านทุกวัน
แต่จนทุกวันนี้ยังหาสูตรชงที่ลงตัวไม่ได้เลย
ถ้ามีบอกกันบ้างนะคะ
โอย….สีน่ากินดีแท้้
เด่วหากินแถวนี้ไปพลางพลางก่อน
ตามไปกินน่าจะแพงเอาการอยู่
อุอุ
ไปกินที่พารากอนดีกว่าเยอะ