
ดูซิ อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะขยันมาเขียนเรื่องลง blog เพราะอุตส่าห์สะสมข้อมูลเอาไว้ซะเต็มเปี่ยม เรียกว่าแน่นขนัดเลยล่ะ
แต่สุดท้ายก็มีเรื่องซะงั้น (อีกแล้ว ขยันหาเรื่องใส่ตัวตลอดเลยนะแกเนี่ย)
คือว่า คือว่า notebook ของดิชั้น โดนvirusเล่นงานค่ะคู๊ณณณณณณณ
แล้วอย่างซวยอ่ะ โดนแบบตัวแม่อย่างแรงเข้าไป ข้อมูลทั้งหมด หายวับไปกับตา ทั้งงานที่เขียนไว้ ไหนจะเพลงอีกล่ะ
ที่สำคัญ รูปถ่ายทั้งหมดของดิฉัน โดยเฉพาะรูปตั้งแต่เหยียบแผ่นดินอเมริกาเนี่ย หายไปหมดเลยยยยยยยยยยยยยย T-T
ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากทำใจอย่างเดียว
ขอบคุณพระเจ้า แต่หนูอยากจะลืมแค่บางเรื่องเท่านั้นเอง ไม่ต้องช่วยลบความทรงจำทุกอย่างที่ผ่าน ด้วยวิธีนี่ก็ได้ด้ายยยยยย
พระเจ้าทำเกินหน้าที่ไปแล้วล่ะ…รู้ตัวเปล่าเนี่ย
เกือบสองปีในอเมริกาของเราเลยกลายเป็น vanishing memories ไปซะแล้ว
สองสามวันที่ผ่านมาเลยได้แต่หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง กับความซวยของตัวเอง
ยังดีว่า ในกล้องป๊อกแป๊กของเรายังมีรูปบางส่วนที่ความขี้เกียจเป็นพระเอกของงาน ทำให้เราไม่ลบมันจากกล้องไปซะก่อน
(ปกติจะอุทานว่า พระเจ้าช่วย แต่งานนี้ โกรธกันอยู่ ไม่ได้ช่วยอะไรเล๊ย ให้ตายซิ)
เลยยังมีรูปหลงเหลือมาให้ได้เอามาเขียนประกอบลง blog ได้อยู่บ้าง
บ่นจบแล้ว เข้าประเด็นกันเถอะ Tea and Sympathy ร้านนี้เป็นกำลังติดปากเรามากๆ ในช่วงนี้ เพราะไปกินบ่อยกว่าที่อื่น
คือติดใจในบรรยากาศแบบผู้ดีอังกฤษของเค้ามาก เข้าไปแล้วเหมือนหลุดเข้าไปในห้องนั่งเล่นของคุณยายชาวอังกฤษ
เพราะทุกอย่างในร้านได้อารมณ์ grandma’s living room ทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะ แก้วน้ำ จานชาม
แถมพนักงานในร้าน ก็พูดสำเนียงอังกฤษกันสุดโต่ง ประหนึ่งว่าหลานสาวคุณยายมารับออเดอร์เอง
ไม่ใช่แค่สำเนียงนะ หุ่นเค้าก็เป็นผู้หญิงอังกฤษมาก ไม่อยากเม้าท์ แต่แบบว่า เออ..คัพ DD plus size กันทุกคน
(อย่าๆๆๆ อย่าคิดว่าผู้หญิงอังกฤษจะผอมสวย แบบ kate moss กันทุกคน ได้ข่าวเค้าเพิ่งมางานเปิดร้านtopshop ที่ soho)
จริงๆ ไม่ได้หลงใหลได้ปลื้มอะไรกับความเป็น Great Britain มากนักหรอก
เพราะนอกจากวงการฟุตบอล กับ ดนตรีแล้ว ความเป็นอังกฤษ ไม่ได้มีเตะตาต้องใจเราเท่าไรเลย
แต่ชอบกึ่งขำๆ ในความเป็นพิธิรีตองของเค้ามากกว่า (แต่ถ้าถามว่าให้ไปเที่ยวอังกฤษอีกมั้ย….ไปดิ..ถามได้)
ร้านเนี้ย มันดูประดิษฐ์ๆ ดี เหมือนนั่งอยู่ในฉากละครเวที ดูเกินจริงนิดๆ แต่ก็ได้รสชาติดีหน่ะ
อาหารที่เค้าขาย ก็เป็นอาหารอังกฤษน่ะ นอกจาก ชุด Afternoon tea อันขึ้นชื่อแล้ว ก็มี shepherd’s pie, yorkshire pudding
อะไรพวกนี้แหละ เห็นป่ะ แค่ชื่อมันก็ผู้ดี๊ ผู้ดี 555 ขอเม้าท์ (ไม่รู้ทำไมชอบเม้าท์พวกอังกฤษ) อี shepherd’s pie เนี่ยนะ
ตอนแรกๆสงสัยว่า พายอะไรวะ ชื่อเหมือนหมา (คิดไปได้) มารู้ทีหลังว่า อ๋อ shepherd แปลว่า คนเลี้ยงแกะ
แล้วไอ่พายเนี่ย เค้ามันจะใช้เนื้อวัวบ้าง เนื้อแกะบ้าง เอาสับๆมาทำกัน ง่ายๆ พายของคนเลี้ยแกะนั่นเองค่ะ คุณผู้ชม
แต่คนเลี้ยงหมาอย่างเรา กินแล้ว ชิมแล้ว ไม่ชอบอ่ะ มันเค็มไป เลยได้แต่เล็มๆกินแค่มันฝรั่งบดที่โปะหน้ามาเท่านั้นเอง

แต่รูปไอ่พายดองเค็มเนี่ย ไม่มีให้ดูนะ มีแต่ รูป mac cheese pie เหลือติดกล้องอยู่เลยเอามาลงแทน แถมอร่อยกว่าด้วย 555
เราติดใจ Sticky toffee pudding ของเค้ามากกว่า มันอร่อยดี กินกับชา mint ร้อนๆ หอมๆ แล้ว มันลงตัวมาก
แต่กินแล้วอร่อยแบบลืมตาย ลืมไปว่ากำลังลดน้ำหนักอยู่ (ได้ข่าวว่าเดือนที่แล้วหล่อนไปกินตั้งสองครั้ง ซื้อกลับมากินอีก น่ากลัวจริงๆ)
เนื้อเค้กกับครีมอุ่นๆ กินแล้วไม่อยากกลืนลงกระเพาะเลย ตอนกินครั้งแรก สงสัยหน้าตามีความสุข ออกนอกหน้าไปหน่อย
ฝรั่งโต๊ะข้างๆ นั่งมองหน้าแล้วถามว่า อร่อยมากใช่มั้ย…หน้าคนถามแบบว่า ขำมาก เออ…อร่อย ถามทำไมยะ ชิ ชิ ชิ

ไม่เชื่อดูรูป….ดูเนื้อครีมนะ โหยยย สุดยอดความอร่อย เชื่อยังว่าทำไมอีตาฝรั่งคนนั้นมันถึงถามเรา

เฮ้อ..ขนาดตอนเอารูปลง เห็นแล้วยังอยากกินเลย แต่ไม่ได้ๆ ต้องหักห้ามใจเอาไว้
ต้องจริงจังกับการลดน้ำหนักให้มากกว่านี้ จริงๆ มันก็ลดลงไปเยอะแล้วล่ะ ตอนนี้ใส่ไซส์ 8 ได้แล้ว จากที่เคยใส่ไซส์ 14
แต่เราตั้งเป้าเอาไว้ที่ ไซส์ 4 ยังไงก็ต้องให้ต่ำกว่า 5 ให้ได้ คอยดูนะ ชั้นจะเอาชนะใครบางคนที่เคยถากถางชั้นเอาไว้
รู้จักชั้นน้อยไปซะแล้ว…เชอะ
555555 คือตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะขำนะคะ สาบานได้ว่าแอบเศร้าไปกับอุบัติเหตุพระเจ้าถอดโน้ตบุคเมมโมรี่ไปเก็บ…แต่พออ่านจบแล้ว เห็นรูปแล้ว ก็คิดถึงหน้าคุณ kampooh ตอนกลับมาดูรูปเค้ก แล้วอดใจไม่กลับไปกินเพราะกำลังไดเอ็ทอ่ะ…โถๆๆๆ หัวอกเดียวกันเรยยค่า…^^
ส่วนเรื่องคอม..อันนี้ได้แต่ทำใจจริงๆ นะคะ..ฮึดๆๆ ค่ะ … เอาใหม่…ไปกินอีกเยอะๆ แล้วก็สร้างความทรงจำขึ้นใหม่นะคะ
Baseline 14
Target <5
What a wonderful size ฮะเนี่ย ???
: )
น่าเห็นใจปนเศร้าเล็กน้อย…แต่ไม่เป็นไรเนอะ..
@kicapu
ขำไปเถอะ เข้าใจได้
ได้ข่าวว่าตอนนี้ไปอยู่เชียงใหม่ไม่ใช่เหรอ
แวะไปกินเค้ก ที่ร้าน love at first sight ให้หน่อยซิ คิดถึงๆ
@aut
มันจะ wonderful มากเลยค่ะ…ถ้าเราทำสำเร็จนะ ฮ่าๆๆ
@คุณแตะฯ
อืม..เราทำใจได้แล้วล่ะ ตอนนี้เลยมีเหตุผลในการออกไปหากิน..อีกแล้ว
555555
เสียใจด้วยนะครับ…ไม่มีวิธีกู้ข้อมูลขึ้นมาเลยหรือครับ น่าจะถอด Hard drive ออกมาแล้วเอาไปอ่านเครื่องอื่นได้ เนื้อข้อมูลน่าจะยังอยู่ (อย่าพึ่ง install window ทับ)
จากนี้คงจะ Back up ข้อมูลแล้วสิครับ. ต้อง Back up สอง copies. อันแรกเก็บไว้ที่บ้าน อีกอันฝากพ่อแม่พี่น้องไว้
ชื่อร้าน Tea and sympathy น่าสนใจดีครับ. อาหารและชาดูน่ากินดี.
@คุณเล็ก
ขอบคุณมากๆสำหรับคำแนะนำค่ะ แต่ได้ลองทำวิธีที่คุณเล็กว่ามากันแล้ว แต่มันก็กู้มาได้แค่ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แล้วไอ่ส่วนที่กู้มาได้ก็เป็นข้อมูลที่ แบบว่า หายไปก็ได้ ไม่จำเป็นเล๊ยยยย…5555
ตอนนี้ลงโปรแกรมใหม่ไปแล้วหล่ะ และจากนี้ไปคงจะมีคำว่า back up เข้ามาอยู่ในหัวสมองกับเค้าบ้างเหมือนกัน
เข็ดมากๆ ค่ะ
พูดได้แค่นี้…ภาพสุดท้ายน่ากินมาก
@ คิ้วหน้า
มีช้อนยัง…ถ้ามีแล้วก็เชิญตักชิมได้เลย 555
โอ้..เห็นแล้วกลืนน้ำลายดังเอือกกกก
..