
ไม่รู้ทำไมชีวิตถึงได้ไปเกี่ยวข้องกับอะไรความเป็นอังกฤษมากมายนัก ทำแบบสอบถามใน facebook มันก็บอกให้ไปอยู่ london
อ่านคำตอบแล้ว อะไรกันยะ ชั้นวิ่งวุ่นอยู่ใน new york อย่างมีความสุขอยู่แท้ๆ ไม่ได้การณ์แล้ว ต้องทำตัวให้ถึงอเมริกาจริงๆซะหน่อย
ว่าแล้วก็นั่งเรือข้ามไปถ่ายรูปกะคุณย่าใหญ่ซะหน่อย เดี๋ยวจะหาว่ามาเมืองเค้าแล้ว ไม่มากราบไหว้เคารพบูชาผู้หลักผู้ใหญ่
เห็นคุณย่าใหญ่ ยืนตัวเขียวอยู่ลิบๆ มาตั้งนาน ได้มาเห็นตัวจริงใกล้ๆ แล้วก็……….กูเสียตังค์ 12 เหรียญมาทำไมเนี่ยยยยย
หนีไปกิน fish and chip ดีกว่า……..555555555555555
จากเกาะคุณย่าใหญ่ เราข้ามฝากไปกินฝั่ง brooklyn ด้วยความบากบั่น แม้จะมีอุปสรรคจากการเดินทางด้วย subway
ที่ตอนนี้เปลี่ยนเส้นทางการเดินรถกันแบบวันต่อวัน จนปั่นป่วนไปหมด (แถมยังมีหน้าจะขึ้นค่าตั๋วอีกนะ ขอบใจจริงๆ)
กว่าจะไปถึงร้าน chip shop ก็ทำเอาเราหิวจนหน้ามืด สั่งอาหารแบบไม่ยั้งคิดอะไรทั้งนั้น…แบบลืมสนิทว่า..กูต้องผอม


คนอยากผอม สั่ง fish and chip, shepherd’s pie แล้วมันยังกล้าสั่ง Haggis มากินด้วยนะ เอากะมันซิ
ไอ่เมนูสองอย่างแรก เราเคยเล่าไปแล้ว และเชื่อว่าใครๆก็คงรู้จักมันอยู่บ้างพอสมควรแหละ แต่ไอ่ haggis ต่างหากที่แปลกกว่าใคร
จริงๆมันเป็น อาหารพวก scottish ทำมาจากเครื่องในแกะ อย่าง หัวใจ ตับ ปอด ฯลฯ เอามาปั่นๆ สับๆ ปรุงรสใส่เครื่องปรุง
แล้วเอาไปยัดใส่กระเพาะหมู หรือของตัวอะไรที่กินได้ แล้วเอาไปต้มให้ชุ่มฉ่ำนานหลายๆชั่วโมง…นี่คือการได้มาของไอ่นี่แบบคร่าวๆ
เราเคยเห็นวิธีทำไอ่ haggis ในรายการอาหารช่อง foodnetwork แล้ว…แบบว่า…เห็นแล้วกินไม่ลง มันดูน่ากลัวมากๆ
แต่ไอ่คุณเพื่อนเรามันอยากกิน ได้ค่ะเพื่อน จัดไป อยากกินก็สั่งเลย..ลองได้ ไม่ตายหรอก แล้วก็ออกมาหน้าตาแบบเป็นที่เห็น

รสชาติไม่เลวร้ายนะ แต่ตอนกินต้องทำเป็นลืมถึงตอนเค้าทำก่อน ไม่งั้นจะกินไม่ลง ดีว่าเพื่อนมันรับผิดชอบกินจนหมด
แน่นอนตัวเองสั่งมา ก็ต้องแสดงความแมนหน่อย กินเข้าไปให้หมดนะยะ เพราะชั้นจะชิมแค่คำเดียวเท่านั้น 5555
แต่เราชอบ shepherd’s pie ของร้านนี้มากกว่าของร้าน tea and sympathy ไม่เค็มดี รสชาติกำลังเหมาะ ให้เคี้ยวเพลินๆ
ส่วน fish and chip เราให้คะแนนร้าน a salt and Battery มากกว่า เพราะเค้าทอดปลาได้เหลืองทอง น่ากินกว่า
แต่จากวันนี้ สงสัยต้องกินเต้าหู้ต้ม กับ ผักลวกไปซักสองอาทิตย์…
รู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้ เฮ้ออออออออออออ




